OR สถาบันถือเต็มพอร์ต! หมดกรีนชู ไม่กระทบราคาหุ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันที่ 12 มี.ค.2564 เป็นวันที่สิ้นสุดการซื้อเพื่อส่งมอบหุ้นที่จัดสรรเกิน หรือครบกำหนด (Greenshoe Option หรือ Overallotment Option) ของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  (SET) เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค

โดยบริษัทจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 2,610 ล้านหุ้น และมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe Option หรือ Overallotment Option) ซึ่งยืมจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จำนวน 390 ล้านหุ้น รวม 3,000 ล้านหุ้น

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการทำกรีนชู ออปชั่น เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาหุ้น ในกรณีที่ราคาหุ้นมีความผันผวนผิดปกติในช่วงแรกของการเข้าตลาด ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่โปร่งใส และถูกต้องตามกฎระเบียบของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกำหนดให้ต้องส่งคืนหุ้นที่ยืมมาคืนภายใน 30 วันนับจากวันแรกที่หุ้นเข้าซื้อขาย

อย่างไรก็ตามมาถึงวันครบกำหนดตามกฎระเบียบของ ก.ล.ต.และตลาดฯกำหนดแล้วในวันที่ 12 มี.ค. 2564 เลยเป็นการตั้งคำถามของหลายฝ่ายต่อราคาหุ้น OR ว่าเมื่อหมด Greenshoe Option แล้วราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด ทั้งนี้จะเป็นที่น่าจับตา

ทางด้าน นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายมีเดียร์มาเก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุว่า จากกรณี บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ครบกำหดวันหมด Greenshoe Option ณ วันที่ 12 มี.ค.2564 ก็จะไม่มีผลต่อราคาหุ้นบนกระดานแม้แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นหุ้นที่ทางสถาบันถือเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับหุ้นตัวอื่นในกลุ่มปตท. ที่เป็นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ประกอบกับเป็นหุ้นให้อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ดี อย่างไรก็ตามทางด้านสถาบันก็ต้องลงทุน

ส่วนด้านราคาหุ้นบนกระดานมองว่ายังคงอยู่ในลักษณะซึมๆ ไปอีกราว 3-6 เดือนก่อน แล้วคาดว่าหลังจาก 6 เดือนข้างหน้า หรือราว 1 ปีข้างหน้าอาจจะได้เห็นราคาหุ้นค่อยๆปรับตัวขึ้นจากการไล่ซื้อของนักลงทุนสถาบัน เพราะเชื่อว่าบรรดากลุ่มนักลงทุนรายย่อยบางส่วนที่ถือหุ้นอยู่จะทยอยขายหุ้นออกมา แต่อย่างไรก็ตามมองว่าผลประกอบการในอนาคตยังเติบโตแข็งแกร่ง

Back to top button