WHA แย้มผลงานปี 64 โตยกกลุ่ม ตั้งเป้าขายที่ดิน 1,030 ไร่ เดินหน้ารุกเวียดนามต่อเนื่อง


นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA นำเสนอข้อมูลผลประกอบการงวดปี 2563 และแนวโน้มผลประกอบการปี 2564 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ในภาพรวมช่วงปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 9,376.0 ล้านบาท และกำไรปกติ 2,542.6 ล้านบาท ลดลง 14% และ 8.1% จากปีที่แล้ว สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากแพลตฟอร์ม 4 กลุ่มธุรกิจ แม้ว่าการโอนที่ดินบางส่วนถูกเลื่อนออกไปจากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการจำกัดการเดินทางในปีที่แล้ว

โดยในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,157.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้จากสัญญาเช่าระยะสั้น โดย ณ สิ้นปี บริษัทฯ มีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารทั้งหมดเป็นจำนวน 2,493,980 ตารางเมตร

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมช่วงปี 2563 บริษัทฯ ขายที่ดินในประเทศไทยได้จำนวน 218 ไร่ ส่วนในประเทศเวียดนามขายที่ดินได้จำนวน 292 ไร่ ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภคในช่วงปี 2563 บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง ส่งผลให้ภาครัฐรณรงค์ลดการใช้น้ำ รวมทั้งมีการบันทึกผลขาดทุนจากเงินลงทุนในโครงการที่เวียดนาม ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างสายส่งน้ำ

ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าในส่วนของโรงไฟฟ้าในกลุ่ม SPP ยังคงเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรทางบัญชีของโรงไฟฟ้า Gheco-One ที่บริษัทฯ ร่วมลงทุนลดลง เนื่องจากหลายปัจจัยอาทิ อัตราค่าความพร้อมจ่ายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า Energy Margin ฯลฯ รวมถึงการเริ่มจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 10% ที่มีผลบังคับใช้เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้า Gheco-One ได้มีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพการผลิตดังกล่าวแล้ว  ทั้งนี้ในปี 2564 บริษัทตั้งเป้าเติบโตประมาณ 25%

สำหรับภาพรวมในปี 2564 ในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพื้นที่จากการทำสัญญาใหม่และ/หรือการพัฒนาโครงการใหม่รวม 175,000 ตารางเมตร และสัญญาให้เช่าระยะสั้นที่สร้างผลตอบแทนสูงอีกกว่า 50,000 ตารางเมตร รวมเป็นทั้งสิ้น 2,660,580 ตารางเมตร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเล็งเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจโลจิสติกส์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม รวมถึงบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายการขายทรัพย์สิน และ/หรือ สิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์เพิ่มเติมในไตรมาส 4/2564

นอกจากนี้ในปี 2564 บริษัทมีแผนเปิดศูนย์กระจายสินค้าใหม่อย่างน้อย 5 โครงการ โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้รับพื้นที่ใหม่เข้ามาประมาณ 400 ไร่ในโซนเทพารักษ์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มพัฒนาพื้นที่ในปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทฯ เตรียมขยายธุรกิจด้าน E-Commerce Park เฟส 2 และ WHA Logistics Center ตรงบริเวณบางนา-ตราด กม.23 ซึ่งเป็นโปรเจคที่ 3 แล้ว โดย 2 โปรเจคที่แล้วมีอัตราการเช่าค่อนข้างดี

สำหรับนิคมอุตสาหกรรม บริษัทฯ มีการพัฒนาและขยายนิคมใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ดินในเท่ากับ 1,030 ไร่ โดยแบ่งเป็นยอดขายที่ดินในประเทศไทยจำนวน 725 ไร่ แบ่งเป็น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 600 ไร่ และไม่ใช่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม 125 ไร่ และยอดขายที่ดินในประเทศเวียดนามจำนวน 305 ไร่ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายแล้ว

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนาม เขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 เหงะอาน ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีด้วยยอดขายในปี 2563 เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทฯ จึงเร่งสานต่องานก่อสร้างในพื้นที่เฟส 1B ส่วนที่เหลือจำนวน 2,100 ไร่ พร้อมขยายการก่อสร้างในเฟส 2 และเฟส 3 คิดเป็นพื้นที่เพิ่มเติมอีก 4,700 ไร่

นอกจากนี้ ปลายปี 2563 บริษัทฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม 2 แห่ง ประกอบด้วย โครงการ WHA Smart Technology Industrial Zone – Thanh Hoa และ โครงการ WHA Northern Industrial Zone – Thanh Hoa พื้นที่รวมเกือบ 7,500 ไร่ และคาดว่าจะเริ่มเข้าพัฒนาพื้นที่ได้ภายในปี 2565

โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 12 แห่ง และมี Specialized Estate จำนวน 1 แห่ง ทั้งนี้ภายในปี 2566 บริษัทฯ มีแผนเปิดนิคมอุตสาหกรรมใหม่ในไทย 4 แห่ง และในเวียดนาม 3 แห่ง

สำหรับธุรกิจสาธารณูปโภคในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายจำหน่ายน้ำ ทั้งน้ำดิบ น้ำประปา น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม รวมไปถึงระบบจัดการน้ำเสีย จำนวน 153 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายการลงทุนทั้งในจังหวัด/เขตพื้นที่อื่นๆ ของประเทศเวียดนาม รวมถึงประเทศที่มีศักยภาพในภูมิภาคนอกเหนือไปจากประเทศไทยและเวียดนามเพิ่มเติมอีกด้วย

ในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายจำนวนเมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ เป็น 670 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% จากปี 2563 และตั้งเป็นเพิ่มกำลังผลิตเป็น 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2566 นอกจากนี้ในปี 2564 บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นพัฒนาโครงการนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างระบบการซื้อขายไฟฟ้าแบบ P2P Energy Trading ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้กับบริษัทฯ

นอกจากนี้ในส่วนของธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม ในปี 2564 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการให้บริการเชื่อมต่อสื่อสารแบบโครงข่ายสายเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือ FTTx ในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G พร้อมยกระดับการให้บริการทางด้านศูนย์บริการระบบข้อมูลสารสนเทศ (Data Center) ให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังมีโครงการ ดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ (WHA Tower) อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทฯ ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด (เทพรัตน์) ก.ม. 7 โดยตัวอาคารเป็นอาคารสูง 25 ชั้น เกรดเอ พรีเมียม มีพื้นที่ใช้สอย 52,000 ตารางเมตร และพื้นที่ปล่อยเช่า 25,000 ตารางเมตร ตัวอาคารได้รับรางวัล “Commercial High Rise Architecture Thailand” มีการออกแบบอย่างทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พื้นที่สำนักงานสามารถตอบโจทย์การทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างสมดุลชีวิตและไลฟ์สไตล์การทำงานได้อย่างลงตัว ปัจจุบันพร้อมเปิดให้บริการเช่าพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

Back to top button