LEO ส่งซิกไตรมาส 1 กำไรแกร่ง รับปริมาณขนส่งสินค้าพุ่ง-ขยายพื้นที่ Self Storage


นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่าภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ปรากฏว่าสถานการณ์ดีขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าสูงขึ้น โดยเป็นผลมาจากการฟื้นตัวหลังจากการที่มีการฉีดวัคซีนในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตมากขึ้น และคาดว่าจะมีแนวโน้มดีต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งแรกของปีนี้

ล่าสุด  บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้า (Self Storage) เพิ่มอีก 2-3 พันตารางเมตร โดยจะตั้งอยู่ในบริเวณใกล้ย่านเยาวราช ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันเร่งดำเนินการก่อสร้างลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ แห่งที่ 2 บริเวณถนนบางนา – ตราด  เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการ โดยปัจจุบันเกิดสภาวการณ์ขาดแคลนพื้นที่ในการพักตู้สินค้า  คาดว่าสามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างช้าไม่เกินไตรมาส 4 ปี 2564

“จากปัจจัยบวกและสถานการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์ที่คึกคักมาก บริษัทฯ จึงตั้งเป้าที่จะผลักดันให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาพรวมของการขนส่งสินค้า ยังมีแนวโน้มที่ดี เพราะธุรกิจ E-Commerce ในยุค New Normal เติบโตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้า ส่งออก และราคาค่าขนส่งทางเรือและทางอากาศ ยังอยู่ในระดับสูง” นายเกตติวิทย์ กล่าว

โดยปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเติบโตอยู่ที่ 25%โดยมาจากการดำเนินธุรกิจปกติ และยังไม่นับรวมในส่วนที่รับรู้จากการร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหม่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯมีรายได้เติบโตทุบสถิติสูงสุดได้ต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ Cardinal UK จัดตั้งบริษัท คาร์ดินัล มาริไทม์ (ประเทศไทย)  เพื่อให้บริการโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ  รุกตลาดในประเทศอังกฤษและยุโรปเหนือ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นสัดส่วน 51% ที่เหลือ 49% เป็นของ Cardinal UK ถือหุ้น  โดยผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเป็นการต่อยอดขยายธุรกิจในตลาดอังกฤษ และยุโรปเหนือ เพราะ Cardinal มีฐานลูกค้าที่มีการนำเข้าสินค้าจากไทยจำนวนมาก และยังมีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่กว้างขวาง ซึ่งจะเพิ่มปริมาณธุรกิจและลูกค้าในกลุ่มประเทศยุโรปให้กับบริษัทฯ มากกว่า 1 เท่าตัว

นอกจากนี้ ในปีนี้บริษัทฯ วางงบลงทุนไว้ราว 300 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโลจิสติกส์  โดย เร็วๆ นี้คาดว่าจะมีการเจรจาร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหม่เพิ่มเติมอีก ดังนั้นน่าจะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้บริษัทฯได้ตั้งเป้าหมายในปี 2566 จะมีการเติบโตเป็น 2 เท่าจากปี 2564

Back to top button