AMATA ส่งซิกครึ่งปีหลังฟื้นหลัง “โควิด” คลี่คลาย หนุนกำไรโตแตะ 1.37 พันลบ.


บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ราคาเป้าหมาย 21.00 บาท อิง PBV ปี 2564 ที่ 1.4 เท่า โดยฝ่ายวิจัยมองเป็นกลางต่องาน Opportunity day จาก presale ในประเทศ YTD ที่ยังต่ำ และจะกลับมาดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามที่คาด โดยมีประเด็นสำคัญ คือ

1) คงเป้า presale ปี 2564 ที่ 1.7 พันไร่ (ไทย 950 ไร่ และเวียดนาม 700 ไร่), 2) ยอด presale และ LOI YTD ในประเทศประมาณ 10 กว่าไร่ และนิคม Long Thanh 12 ไร่ และ 3) ประเมินผลกระทบจากนิคมในเมียนมาไม่เกิน 4-500 ล้านบาท (ต่ำกว่าคาดที่ 1.4 พันล้านบาท) ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 1.37 พันล้านบาท (+25% จากปีก่อน) จาก presale และ transfer ที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 600 ไร่ และ 360 ไร่ ตามลำดับ

ด้านราคาหุ้น outperform SET +7% ในช่วง 3 เดือน จากวัคซีน COVID-19 ที่มีความชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ยังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยกำไรจะกลับมาขยายตัวคิดเป็น 2563-65 EPS CAGR +24% จากแนวโน้มยอด presale ที่จะกลับมาดีขึ้น

รวมทั้งราคาหุ้นปัจจุบันที่เทรด  PBV ปี 2564 ที่ 1.3 เท่า (-0.75SD below 5-yr average PBV) นั้นยังต่ำกว่า PVB ปี 2552 ที่ 1.4 เท่า ที่มียอด presale ในไทยที่ใกล้เคียงกัน ในขณะที่ประเมินผลกระทบจำกัดจากนิคมฯในเมียนมา

 

ทั้งนี้ คาด presale และ transfer จะกลับมาดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จาก presale ในประเทศ YTD ที่ยังต่ำ และประเมินว่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี หลังการฉัดวัคซีนที่แพร่หลายตามที่คาด โดยมีประเด็นสำคัญ คือ

1) บริษัทตั้งเป้า presale ในประเทศปี 2564 ให้ใกล้เคียงกับเป้าเดิมปี 2563 ที่ 950 ไร่ (ขณะที่ presale ปี 2563 อยู่ที่เพียง 212 ไร่) และตั้งเป้า presale เวียดนามที่ 700 ไร่ จากนิคมฯ Halong และ Long Thanh (สูงกว่าที่ AMATAV คาดที่ 300-400 ไร่)

2) ปัจจุบันบริษัทมียอด presale และ LOI YTD ในประเทศประมาณ 10 กว่าไร่ และนิคม Long Thanh 12 ไร่ (เพิ่มเติมจากที่ AMATAV เคยแจ้งยอด presale YTD ในนิคม Halong ประมาณ 188 ไร่เมื่อวันที่ 16 มี.ค.)

3) บริษัทประเมินว่า presale และ transfer จะเพิ่มขึ้นสูงในช่วงปลายไตรมาส 3/64 หลังจากที่วัคซีนมีความแพร่หลายทั้งในประเทศ และประเทศคู่ค้า ซึ่งหนุนให้ระยะเวลา Quarantine ลดลง

4) ไม่ได้รับผลกระทบจากนิคมฯในเมียนมาร์อย่างมีนัย คาดประมาณ 4-500 ล้านบาท ต่ำกว่าเงินลงทุนทั้งหมด 1.4 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทจะทยอยลงทุน และก่อสร้าง โดย ณ ปัจจุบันบริษัทยังมีเงินทุนคงเหลือที่ยังไม่ลงทุนในรูปแบบเงินฝากประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ทั้งนี้ คงกำไรสุทธิปี 2564 ที่จะกลับมาขยายตัว +25% จากปีก่อน โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 1.37 พันล้านบาท (+25% จากปีก่อน) จาก 1) presale ที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 600 ไร่ โดยเป็นผลของ presale ในประเทศที่คาดว่านักลงทุนจะเริ่มกลับมาศึกษาดูงาน และลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และ presale นิคมในเวียดนามทีกลับมาดีขึ้น หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ 2) transfer จะเพิ่มขึ้นเป็น 360 ไร่

พร้อมกันนี้ ประเมินว่าบริษัทมี upside เพิ่มขึ้นจากการรับรู้กำไรจากขายหุ้น ASCLT1 และ ASCLT2 ในปี 2021E คาดประมาณ 310 ล้านบาท

ด้านราคาเป้าหมาย 21.00 บาท อิง PBV ปี 2564 ที่ 1.4 เท่า (-0.5SD below 5-yr average PBV) ทั้งนี้ ประเมินว่ายอด presale ปี 2564 จะกลับมาดีขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ จากวัคซีน COVID-19 ที่มีความชัดเจน และเริ่มฉีดให้ประชาชนในประเทศไทย และนิคม Halong ที่เวียดนามจะกลับมาดีขึ้น ภายหลังที่ได้รับใบอนุญาต Investment Certificate (IC) ในการก่อสร้างในช่วงต้นไตรมาส 4/63

Back to top button