“กรมพัฒน์” โฉมใหม่! 1 ก.ค. ยุติเอกสารกระดาษ เชื่อมข้อมูลนิติบุคคลเรียลไทม์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับบริการภาครัฐสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ยุติให้บริการข้อมูลนิติบุคคลแบบกระดาษแก่หน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์ ลดการใช้กระดาษกว่า 19.2 ล้านแผ่นต่อปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 มิ.ย.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน” โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จะยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐ และเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กรมฯ ได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐจำนวน 320 แห่ง เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล เพื่อลดการใช้กระดาษซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการดำเนินงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

สำหรับการให้บริการรูปแบบใหม่ จะดำเนินการผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (BDEX: Business Data Exchange) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลได้โดยตรงแบบ Real Time รวมถึงระบบ DBD e-Service for Government สำหรับขอรับหนังสือรับรอง รายการทางทะเบียนนิติบุคคล งบการเงิน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการให้บริการผ่านระบบออนไลน์ได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 1-18 มิถุนายน 2569 การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist มีจำนวน 4,644 คำขอ คิดเป็น 95.48% ของคำขอทั้งหมด ขณะที่การยื่นคำขอแบบ Walk-in มีเพียง 220 คำขอ คิดเป็น 4.52% นอกจากนี้ ยังมี 28 จังหวัดที่ไม่มีการยื่นคำขอผ่านระบบ Walk-in อาทิ กระบี่ กำแพงเพชร ปัตตานี และเลย

กรมฯ ระบุว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Government) ช่วยให้ระบบราชการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความซ้ำซ้อนในการเรียกเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ

ในปี 2568 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกหนังสือรับรองนิติบุคคลจำนวน 2.3 ล้านฉบับ คิดเป็นการใช้กระดาษ 9.2 ล้านแผ่น และออกสำเนาเอกสารทางทะเบียนและสำเนางบการเงินรวม 10 ล้านแผ่น รวมใช้กระดาษประมาณ 19.2 ล้านแผ่นต่อปี โดยการยุติการให้บริการในรูปแบบกระดาษครั้งนี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐและภาคธุรกิจ ยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีสู่มาตรฐานสากล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้แก่ประชาชนและนักลงทุน

Back to top button