“ยศชนัน” ไฟเขียว เบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท อายุ 0-6 ปี

บอร์ดเด็กแห่งชาติ เห็นชอบเบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาทต่อเดือน สำหรับเด็กอายุ 0-6 ปี เริ่มปีงบฯ 70 พร้อมชูวาระ “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” และแผนพัฒนาเยาวชน 10 ปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ครั้งที่ 2/2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน

นายยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ขณะที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพและผลิตภาพ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ การส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนต้องครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพแห่งอนาคต ผ่านการจัดสวัสดิการและบริการที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพื่อให้สามารถสะท้อนความต้องการและอุปสรรคที่กระทบต่อการดำเนินชีวิต โดยมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุนและร่วมแก้ไขปัญหา เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ

สำหรับมติสำคัญของที่ประชุม คือ เห็นชอบการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า สำหรับเด็กอายุ 0-6 ปี ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และช่วยให้เด็กได้รับสิทธิได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” โดยกำหนดให้การพัฒนาเด็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตประชากรและยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ผ่านการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน การใช้กลไกชุมชนร่วมดูแล และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform)

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2568-2574) ซึ่งครอบคลุมการพัฒนา 6 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 การส่งเสริมสุขภาวะกายและใจ การขยายโอกาสด้านการจ้างงาน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการป้องกันความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันให้มีผู้แทนเยาวชนเข้าร่วมในกลไกของคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษามากยิ่งขึ้น

Back to top button