“ชัชชาติ” ลุยสแกนเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ 47 แห่ง คุมผลกระทบชุมชน-รอเกณฑ์ใหม่ 1 เดือน

ผู้ว่าฯ “ชัชชาติ” เผย กทม. รวบรวมข้อมูล Data Center ในพื้นที่แล้ว 47 แห่ง พร้อมส่งเขตลงตรวจสอบพลังงาน เชื้อเพลิงสำรอง เสียง และความร้อน คุมผลกระทบประชาชน รอแนวทางบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์กำหนดเกณฑ์ใหม่ภายใน 1 เดือน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.ย.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ระหว่างรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยขณะนี้มีข้อมูลประมาณ 47 แห่ง จากการประสาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ

ทั้งนี้ กทม. ได้มอบหมายสำนักงานเขตลงพื้นที่สำรวจการใช้งานและสภาพแวดล้อมโดยรอบของ Data Center แต่ละแห่ง ทั้งด้านการใช้พลังงาน การจัดเก็บเชื้อเพลิงสำรอง ระบบไฟฟ้าสำรอง เสียง ความร้อน และเหตุเดือดร้อนรำคาญ เพื่อให้ กทม. มีข้อมูลประกอบการบริหารจัดการในภาพรวม

สำหรับ Data Center แบบ Standalone ที่ยื่นขออนุญาตกับ กทม. โดยระบุการใช้งานเป็น Data Center มีจำนวน 6 แห่ง โดยได้รับอนุญาตและเปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง ส่วนอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่ง กทม. ได้ชะลอการพิจารณาไว้เพื่อรอแนวทางที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วน Data Center ประมาณ 47 แห่งที่ กทม. รวบรวมข้อมูลได้นั้น เป็นระบบศูนย์ข้อมูลที่อยู่ภายในอาคารหรือสำนักงานทั่วไป ซึ่งไม่ได้ยื่นขออนุญาตในลักษณะ Data Center โดยเฉพาะ โดย กทม. จะลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการใช้งานและรวบรวมข้อมูลของแต่ละแห่งให้ครบถ้วน ก่อนนำมาประมวลเป็นภาพรวมของพื้นที่

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. ได้กำชับทุกสำนักงานเขตให้ตรวจสอบ Data Center ตามฐานข้อมูลที่กระทรวงดีอีให้มา ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว และจะดำเนินการตามแนวทางที่ คณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ด Data Center) กำหนด โดยคาดว่าจะมีแนวทางออกมาภายในประมาณ 1 เดือน ระหว่างนี้ กทม. ก็เน้นเรื่องการดูแลผลกระทบประชาชนต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า Data Center ในกรุงเทพฯ โดยทั่วไปไม่ได้เป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับ Hyper-scale โดยมีขนาดการใช้ไฟฟ้าประมาณ 20 เมกะวัตต์ และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านปริมาณน้ำมันสำรอง ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 500,000 ลิตร ตามหลักเกณฑ์ที่มีมาตั้งแต่ปี 2547 โดยหน่วยงานด้านพลังงานเป็นผู้กำกับดูแล

ทั้งนี้ หากจะมีการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวในอนาคต ควรพิจารณาจากข้อมูลและความเหมาะสมกับเทคโนโลยี รวมถึงรูปแบบการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงไป

กทม. จะนำข้อมูลจากการตรวจสอบมาประมวลผล เพื่อจัดทำภาพรวม Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ และใช้ประกอบการกำหนดแนวทางที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนและสภาพแวดล้อมของเมือง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“เอกนิติ” ลุยจัดระเบียบ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ลั่น 1 เดือนคลอดเกณฑ์คุม ไม่กระทบลงทุน

Back to top button