
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 370 จุด หุ้นเทคหนุนตลาด คลายกังวล AI
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 370.44 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์ รับแรงช้อนหุ้นเทคโนโลยี หลังตลาดคลายความวิตก ผลกระทบ AI ต่อภาคธุรกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (24 ก.พ.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งสามดัชนีหลัก โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและข้อมูลการเงิน หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อธุรกิจซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,174.50 จุด เพิ่มขึ้น 370.44 จุด หรือ +0.76% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.INX) ปิดที่ 6,890.07 จุด เพิ่มขึ้น 52.32 จุด หรือ +0.77% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 22,863.68 จุด เพิ่มขึ้น 236.41 จุด หรือ +1.04%
แรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งมีน้ำหนักในดัชนีดาวโจนส์ ได้รับแรงหนุนจากรายงานการเปิดตัวปลั๊กอิน AI สำหรับองค์กรของบริษัท Anthropic ที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร เช่น Thomson Reuters, Salesforce และ FactSet ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มข้อมูลการเงินและซอฟต์แวร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหุ้น Salesforce เพิ่มขึ้น 4.1% และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในดัชนีดาวโจนส์ในวันดังกล่าว
ขณะที่หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) พุ่งขึ้น 8.8% หลังประกาศแผนจำหน่ายชิป AI ให้กับ Meta Platforms มูลค่าสูงถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งช่วยหนุนแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยรวม รวมถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาด
นอกจากนี้ หุ้น Home Depot ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 2% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ของตลาด และยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ในวันดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ต้องจับตาการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของ Nvidia ซึ่งมีกำหนดรายงานหลังตลาดปิดในวันนี้ (25 ก.พ.69) โดยนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรต่อหุ้นจะอยู่ที่ 1.53 ดอลลาร์สหรัฐ บนรายได้รวมประมาณ 6.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกำหนดทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและตลาดโดยรวมในระยะถัดไป
นักลงทุนยังคงติดตามทิศทางมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีบางส่วน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก (global tariff) ในอัตรา 10% โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการทางการค้าเพิ่มเติมในระยะต่อไป

