
ปิดตำนาน “มาร์ค โมเบียส” วัย 89 ปี ผู้ปลุกโลกลงทุนให้เห็นค่า “ตลาดเกิดใหม่”
“มาร์ค โมเบียส” เสียชีวิตในวัย 89 ปี ที่สิงคโปร์ ปิดฉากตำนานนักลงทุนผู้บุกเบิกตลาดเกิดใหม่ พลิกโฉมมุมมองโลกการลงทุน และยกระดับมาตรฐานวิจัยภาคสนามทั่วโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาร์ค โมเบียส (Mark Mobius) ผู้ได้รับการยอมรับในระดับโลกจากการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมการลงทุนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ได้ถึงแก่กรรมในวัย 89 ปี เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับการยืนยันจาก Mobius Capital Partners ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้น
โมเบียส ก้าวขึ้นสู่ความโดดเด่นหลังจากได้รับการคัดเลือกโดย เซอร์จอห์น เทมเพิลตัน (Sir John Templeton) ในปี พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) ให้เป็นหัวหน้ากองทุน Templeton Emerging Markets Fund ซึ่งบทบาทนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอิทธิพลอันยาวนาน
ในช่วงเวลาดังกล่าว ฝ่ายธุรกิจตลาดเกิดใหม่ของ Templeton ได้ขยายสินทรัพย์จาก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจนถึงมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โมเบียสซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเดินทางไปยังเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างสม่ำเสมอ แทนที่จะอยู่ที่ศูนย์กลางการเงินดั้งเดิม ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนการทำวิจัยภาคสนาม (firsthand research) และการมีส่วนร่วมโดยตรงในตลาดที่เพื่อนร่วมวงการมองว่าเต็มไปด้วยความผันผวน
แนวทางของโมเบียส เน้นการเยี่ยมชมโรงงานเป็นประจำ การหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และการประเมินศักยภาพการลงทุนใหม่ในเชิงลึก มักเกิดขึ้นในประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า “โลกที่สาม” (Third World) แต่ปัจจุบันจัดเป็น “ตลาดเกิดใหม่” (emerging markets) โมเบียสยังสนับสนุนให้รัฐบาล โดยเฉพาะในเอเชีย ละตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก ปรับปรุงกรอบธรรมาภิบาลองค์กร (corporate governance) และออกกฎหมายปฏิรูปเพื่อเน้นความโปร่งใส (transparency-focused reforms) เพื่อดึงดูดเงินทุนระหว่างประเทศ
ตลอดวิกฤตการณ์ทางการเงิน เช่น วิกฤตเอเชียปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) และวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) โมเบียสยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องและแสดงจุดยืนว่า ความผันผวนเช่นนี้แยกไม่ออกจากโอกาสการเติบโตระยะยาว แม้ในทศวรรษที่แปดของชีวิต โมเบียสยังคงมีบทบาทในแวดวงนี้ ด้วยการก่อตั้ง Mobius Capital Partners และยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนในประเทศเศรษฐกิจหน้าด่าน (frontier economies)
อาชีพการทำงานของโมเบียส ซึ่งกินเวลายาวนานกว่า 40 ปี ได้เปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนโลกที่มีต่อภูมิภาคกำลังพัฒนา และมีส่วนสำคัญต่อการกำหนดยุทธศาสตร์การลงทุนระดับโลกในปัจจุบัน โดยผลงานดังกล่าวยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการมีส่วนร่วมและการวิจัยในกลุ่มสินทรัพย์นี้