
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 280 จุด กังวลน้ำมันดิบพุ่ง–เฟดเสียงแตกกดตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 280.12 จุด หลังน้ำมันพุ่งกดดันเงินเฟ้อ ขณะเฟดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ด้วยมติ 8 ต่อ 4 มากสุดรอบหลายทศวรรษ หนุนบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น แม้ Nasdaq ปิดบวกสวนตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (29 เม.ย.69) ปรับตัวลดลง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง จากความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนเกาะติดผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตามคาด เป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้ง รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 48,861.81 จุด ลดลง 280.12 จุด หรือ -0.57% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,135.95 จุด ลดลง 2.85 จุด หรือ -0.04% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 24,673.24 จุด เพิ่มขึ้น 9.44 จุด หรือ 0.04%
ตลาดถูกกดดันหลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) สำหรับส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดที่ 118.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายเมื่อวันพุธ (29 เม.ย.69) เพิ่มขึ้นกว่า 6% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดที่ 106.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานน้ำมันโลก ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงวิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 4 ซึ่งถือเป็นการลงมติที่เสียงแตกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.43% และกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้น
ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังช่วยพยุงตลาดบางส่วน หลังบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง โดย Microsoft เปิดเผยว่ารายได้ธุรกิจคลาวด์ Azure เติบโต 40% จากความต้องการด้าน AI ขณะที่ Alphabet รายงานรายได้ไตรมาสแรกเติบโต 20% และธุรกิจ Google Cloud ขยายตัวถึง 63% ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปิดบวกสวนทางตลาดโดยรวม
