
“ดาวโจนส์” ปิดรูด 953 จุด ฟาก Nasdaq ดิ่ง 509 จุด วิตกอิหร่าน-เทขายหุ้น AI
ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 953 จุด ขณะที่ Nasdaq ดิ่งกว่า 509 จุด หลังนักลงทุนกังวลความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และเซมิคอนดักเตอร์ถูกเทขายอย่างหนัก กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดการเงินทั่วโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (10 มิ.ย.69) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 แห่งปรับตัวลดลงอย่างหนัก ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,918.78 จุด ลดลง 953.33 จุด หรือ 1.87% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,266.99 จุด ลดลง 119.66 จุด หรือ 1.62% และดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,169.50 จุด ลดลง 509.32 จุด หรือ 1.98%
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันอย่างหนัก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่ออิหร่าน พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ อาจดำเนินมาตรการทางทหารที่รุนแรง หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ความกังวลดังกล่าวยังส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากตลาดเกรงว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักของโลก และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนบางส่วนเลือกขายทำกำไรและลดความเสี่ยง หลังหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ Nasdaq ปรับตัวลงมากที่สุดในบรรดาดัชนีหลัก
นอกจากนี้ หุ้น Super Micro Computer ร่วงลงอย่างหนัก หลังประกาศแผนระดมทุนมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI หลายตัวเผชิญแรงขายต่อเนื่อง สะท้อนการปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเติบโตสูงของนักลงทุน
การร่วงลงของหุ้นเทคโนโลยีได้ฉุดทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นโลก โดยดัชนี MSCI World Index ปรับตัวลดลงเช่นกัน ขณะที่ความเชื่อมั่นนักลงทุนได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
นักลงทุนยังคงติดตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจกลับมากดดันเงินเฟ้อ และส่งผลต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป

