
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 6 จุด พ่วงดัชนี Nasdaq ร่วง 146 จุด หุ้นเทคอ่อนตัว–น้ำมันพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ โดย Nasdaq ร่วง 146 จุด หลังหุ้นเทคโนโลยีเคลื่อนไหวผันผวน นักลงทุนรอลุ้นงบ Alphabet และ Tesla ขณะที่ราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนวันพุธ (22 ก.ค.69) ดัชนีหลักทั้ง 3 ปิดลดลง โดย Nasdaq นำตลาดปรับตัวลง ท่ามกลางการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนรอผลประกอบการสำคัญ เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของการปรับตัวขึ้นของตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,218.58 จุด ลดลง 6.06 จุด หรือ -0.01% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,498.96 จุด ลดลง 10.24 จุด หรือ -0.14% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,690.90 จุด ลดลง 146.30 จุด หรือ -0.57%
ตลาดยังติดตามความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลาง ซึ่งผลักดันให้ราคาสัญญาน้ำมันล่วงหน้าปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ และเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ ขณะที่แรงส่งของตลาดเริ่มชะลอลง หลังดัชนีหลักปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลายเดือนจากระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคม ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่และความอ่อนแอของหุ้นซอฟต์แวร์
นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Alphabet และ Tesla ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยหลังตลาดปิด โดยทั้งสองบริษัทเป็นสมาชิกกลุ่ม “Magnificent Seven” ชุดแรกที่รายงานผลประกอบการในรอบนี้ ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเห็นสัญญาณว่าเม็ดเงินลงทุนด้าน AI มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เริ่มสร้างผลตอบแทน
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Alphabet ปิดลดลง 1.5% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังเกิดความล่าช้าในการเปิดตัวโมเดลซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อยุทธศาสตร์ด้าน AI ของบริษัท
ขณะที่หุ้น Tesla ปิดตลาดปกติลดลง 1.3% ก่อนปรับตัวลงต่ออีก 3% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด หลังบริษัทรายงานกระแสเงินสดอิสระติดลบในไตรมาส 2 เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี
ส่วนหุ้น Texas Instruments ปิดตลาดปกติเพิ่มขึ้น 1% ก่อนอ่อนตัวลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ แม้บริษัทเปิดเผยผลประกอบการและคาดการณ์รายได้ไตรมาสปัจจุบันสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ด้านราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2569 โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 3% หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านข่มขู่การเดินเรือในทะเลแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งพลังงานโลก เช่นเดียวกับช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้าของอิหร่านทุกครั้งที่อิหร่านโจมตีเรือในช่องแคบดังกล่าว
ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจยังมองว่าความเสี่ยงที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 66% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
