Alibaba โชว์รายได้ Q2 ตามคาด! AI Cloud โต 45% InnovestX ชูภาพระยะยาวสู่หุ้น AI

Alibaba โชว์รายได้ Q2 เติบโตตามคาด อานิสงส์ AI Cloud พุ่ง 45% แม้กำไรสุทธิร่วง 75% จากการเร่งอัด Capex ลงทุน AI ระยะยาว แต่ InnovestX มองบวกระยะยาว เชื่อเปลี่ยนผ่านสู่หุ้น AI-Cloud


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Alibaba รายงานผลประกอบการไตรมาสสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2026 มีรายได้รวม 268.95 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 268.88 พันล้านหยวน โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากธุรกิจ AI Cloud และ Compute Services รวมถึง China Quick Commerce ซึ่งมีรายได้เติบโต 45% จากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ E-commerce ในจีนยังเผชิญแรงกดดันจากการบริโภคที่ชะลอตัว

แม้รายได้จะเติบโตตามคาด แต่กำไรระยะสั้นยังได้รับแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญจากการเร่งลงทุนด้าน AI โดย Adjusted EBITA ลดลง 30% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 27.33 พันล้านหยวน ขณะที่ Non-GAAP Net Income ลดลง 38% มาอยู่ที่ 20.72 พันล้านหยวน ส่วนกำไรสุทธิลดลง 75% เหลือ 10.44 พันล้านหยวน

จุดเด่นสำคัญของผลประกอบการครั้งนี้อยู่ที่ธุรกิจ Cloud ซึ่งเริ่มแสดงให้เห็นถึง operating leverage อย่างชัดเจน โดยรายได้จาก AI Cloud และ Compute Services เพิ่มขึ้น 45% เป็น 48.44 พันล้านหยวน ขณะที่ Adjusted EBITA เพิ่มขึ้น 133% เป็น 5.63 พันล้านหยวน ส่งผลให้อัตรากำไร EBITA เพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 12% สะท้อนว่าธุรกิจ Cloud กำลังเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงไปสู่หนึ่งในแหล่งกำไรสำคัญของกลุ่ม

สำหรับรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่ที่ 12.38 พันล้านหยวน และยังเติบโตในระดับสามหลักต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 12 สะท้อนว่า AI เริ่มมีบทบาทเป็นแหล่งรายได้ที่มีนัยสำคัญมากขึ้น โดย Alibaba เดินหน้าสร้างระบบนิเวศ AI แบบครบวงจร ตั้งแต่ชิป โครงสร้างพื้นฐาน Cloud โมเดล AI ไปจนถึงแอปพลิเคชัน

บริษัทระบุว่า ชิป Zhenwu ของ T-Head ถูกนำไปใช้งานโดยลูกค้าภายนอกแล้วมากกว่า 650 ราย ครอบคลุมกว่า 20 อุตสาหกรรม ขณะที่ Alibaba Cloud มีส่วนแบ่งตลาด AI Cloud ในจีน 38.1% ตามข้อมูล Omdia ที่บริษัทอ้างอิง

ด้านธุรกิจ E-commerce Group มีรายได้รวม 205.86 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจาก Quick Commerce ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของธุรกิจ E-commerce ในจีน โดยรายได้จาก China E-commerce ลดลง 8% เหลือ 110.90 พันล้านหยวน ขณะที่รายได้จาก Customer Management ลดลง 7% เหลือ 82.55 พันล้านหยวน อย่างไรก็ตาม หากปรับผลกระทบจากโครงการพัฒนาธุรกิจใหม่ รายได้ในส่วนดังกล่าวยังเติบโตประมาณ 1% สะท้อนว่าอุปสงค์ของผู้บริโภคจีนยังไม่แข็งแกร่งนัก

ในทางกลับกัน China Quick Commerce ซึ่งประกอบด้วย Taobao Instant Commerce และ Freshippo มีรายได้เพิ่มขึ้น 45% เป็น 53.30 พันล้านหยวน โดยบริษัทระบุว่าประสิทธิภาพต่อคำสั่งซื้อปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ยที่สูงขึ้นและประสิทธิภาพของระบบจัดส่งที่ดีขึ้น ขณะที่จำนวนสมาชิก 88VIP เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 64 ล้านราย หรือเติบโตในระดับสองหลักจากปีก่อน

ส่วนธุรกิจ E-commerce ระหว่างประเทศมีรายได้ 27.76 พันล้านหยวน ลดลง 1% ขณะที่ Global Wholesale มีรายได้ 13.91 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 7% โดย AliExpress สามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้แล้วในไตรมาสนี้ หลังจากบริษัทปรับปรุงระบบขนส่งและควบคุมต้นทุน แม้รายได้ของ International E-commerce โดยรวมยังลดลงเล็กน้อย

เมื่อพิจารณาด้านกำไร ธุรกิจ E-commerce ยังคงเป็นฐานกำไรหลักของ Alibaba โดยมี Adjusted EBITA อยู่ที่ 39.75 พันล้านหยวน ลดลงเพียง 1% จากปีก่อน ขณะที่ AI Cloud และ Compute Services มี Adjusted EBITA เพิ่มขึ้น 133% เป็น 5.63 พันล้านหยวน

ในทางตรงกันข้าม AI Labs และ Applications กลายเป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยมีผลขาดทุน Adjusted EBITA เพิ่มขึ้นเป็น 13.86 พันล้านหยวน จากขาดทุน 3.22 พันล้านหยวนในปีก่อน เนื่องจากการลงทุนเพิ่มเติมในขีดความสามารถด้าน AI รวมถึงต้นทุนการประมวลผลของ Qwen App ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าผลขาดทุนของธุรกิจดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

นอกจากค่าใช้จ่ายด้าน AI แล้ว กำไรจากการดำเนินงานยังได้รับผลกระทบจากการด้อยค่าค่าความนิยมและรายการพิเศษบางส่วน รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุนและกำไรจากการตีมูลค่าหุ้นที่ลดลง ส่งผลให้การลดลงของกำไรสุทธิรุนแรงกว่าการลดลงของกำไรจากธุรกิจหลัก

อีกประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจคือระดับการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย Alibaba มีรายจ่ายลงทุน หรือ Capex ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 67.68 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 75% จากปีก่อน เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI และรองรับความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนใน CPU และชิปที่มีต้นทุนสูงขึ้น

แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 11% เป็น 22.95 พันล้านหยวน แต่ Free Cash Flow หรือ FCF กลับติดลบ 44.67 พันล้านหยวน เทียบกับติดลบ 18.82 พันล้านหยวนในปีก่อน สะท้อนภาระการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ต้องติดตามว่ารายได้และผลตอบแทนจากธุรกิจ AI จะเติบโตได้เร็วเพียงใดเพื่อชดเชยการลงทุนในระดับสูง

ฝ่ายบริหารยังส่งสัญญาณว่าการลงทุนด้าน AI จะไม่ชะลอตัวลงในระยะใกล้ โดยมีแนวคิดที่จะลงทุนมากกว่างบเดิม 380 พันล้านหยวนในช่วง 3 ปี และตั้งเป้าหมายระยะยาวให้รายได้จาก Cloud และ AI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจนแตะประมาณ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี สะท้อนกลยุทธ์ของบริษัทที่ให้น้ำหนักกับการสร้างความเป็นผู้นำในตลาด AI ระยะยาวมากกว่าการรักษาระดับกำไรในระยะสั้น

Eddie Wu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alibaba ให้ความสำคัญกับการเติบโตของ AI มากกว่ากำไรระยะสั้น โดยมองว่าบริษัทมีจุดแข็งจากการมีระบบ AI ครบวงจร ตั้งแต่ชิป Cloud โมเดล AI ไปจนถึงแอปพลิเคชัน โดยการเติบโตของรายได้ Cloud จากลูกค้าภายนอกที่ 45% และรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเติบโตในระดับสามหลักต่อเนื่อง 12 ไตรมาส เป็นหลักฐานสำคัญที่ฝ่ายบริหารใช้สนับสนุนกลยุทธ์ดังกล่าว

ขณะที่ Toby Xu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Alibaba ระบุว่า Cloud กำลังเริ่มเห็น operating leverage โดย EBITA margin เพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 12% ขณะที่ธุรกิจ Quick Commerce มี unit economics ดีขึ้น และธุรกิจ E-commerce โดยรวมยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ค่อนข้างดี ทำให้บริษัทมองว่ายังมีความยืดหยุ่นทางการเงินเพียงพอสำหรับการลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการขยาย Qwen จากโมเดล AI ไปสู่การใช้งานจริงทั้งในภาคธุรกิจและผู้บริโภคผ่าน QwenWork และ Qwen App โดยบริษัทระบุว่ามีผู้ใช้กว่า 250 ล้านรายที่ได้ทดลองประสบการณ์การซื้อสินค้าด้วย AI ผ่านระบบของ Qwen แล้ว การเชื่อม Qwen เข้ากับ Taobao, Tmall และบริการ Quick Commerce อาจช่วยสร้างระบบนิเวศที่ผู้ใช้จำนวนมากขึ้นนำไปสู่ข้อมูลและกรณีการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถย้อนกลับมาช่วยพัฒนาโมเดลและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้

อย่างไรก็ตาม Alibaba ยังคงเผชิญการแข่งขันสูงจากทั้ง Tencent และ ByteDance ขณะที่ตลาด AI ในจีนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างรายได้อย่างจริงจัง การเร่งพัฒนา Qwen, QwenWork และ AI Agents จึงมีแนวโน้มเพิ่มการแข่งขันทั้งในตลาด Consumer AI และ Enterprise AI โดยเฉพาะเมื่อบริษัทเริ่มผลักดันการใช้งาน AI Agents และแพลตฟอร์มด้านการเขียนโค้ดเพื่อสร้างรายได้

ในมุมมองต่ออุตสาหกรรม ผลประกอบการของ Alibaba สะท้อนว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ในจีนยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะด้าน compute, networking, storage และ data center หลังรายได้ Cloud เติบโต 45% และ Capex เพิ่มขึ้น 75% ขณะเดียวกัน การที่ชิป Zhenwu ของ T-Head มีลูกค้าภายนอกมากกว่า 650 รายในกว่า 20 อุตสาหกรรม ยังสะท้อนถึงการขยายตัวของระบบนิเวศชิป AI ภายในประเทศจีน

ขณะเดียวกัน ในธุรกิจ E-commerce และ Delivery แนวโน้มของ Taobao Instant Commerce ที่สามารถรักษาการเติบโตพร้อมกับปรับปรุง unit economics อาจเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันในตลาดกำลังเปลี่ยนจากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการอุดหนุนราคาไปสู่การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพมากขึ้น หากแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับอุตสาหกรรม จะเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ

โดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) มองว่า ผลประกอบการครั้งนี้เป็นบวกต่อภาพระยะกลางถึงระยะยาวของ Alibaba แต่ยังมีข้อจำกัดในระยะสั้น เนื่องจาก Cloud และ AI แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของทั้งรายได้และกำไรที่ชัดเจนขึ้น ขณะที่ธุรกิจ E-commerce ยังคงรักษาฐานกำไรของกลุ่มไว้ได้

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ Capex ถึง 75% และการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนา AI ส่งผลให้กำไรรวมและ FCF ถูกกดดันอย่างมาก โดยประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามต่อจากนี้ ได้แก่ การเติบโตของรายได้ Cloud การขยายตัวของอัตรากำไร Cloud และผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI

หาก Cloud ยังคงเติบโตในระดับสูงและอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดมีโอกาสที่จะเริ่มให้น้ำหนัก Alibaba ในฐานะหุ้น AI–Cloud มากขึ้น จากเดิมที่ถูกมองเป็นหุ้น E-commerce จีนเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินมูลค่าหุ้นและภาพการเติบโตของ Alibaba ในระยะกลางถึงระยะยาว

Back to top button