“ดาวโจนส์” รีบาวด์ 295 จุด รับหุ้นเทคฟื้น–บอนด์ยีลด์อ่อนตัว

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 295.01 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ฟื้นตาม รับแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อ่อนตัวลง ช่วยคลายแรงกดดันต่อตลาด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (2 ก.ย.69) ปรับตัวขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก หลังร่วงต่อเนื่อง 3 วัน โดยนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นที่ถูกขายลงแรงในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่อนแรงจากระดับสูง ช่วยหนุนบรรยากาศลงทุน แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเป็นปัจจัยที่ตลาดติดตาม

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 53,061.89 จุด เพิ่มขึ้น 295.01 จุด หรือ +0.56% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,666.63 จุด เพิ่มขึ้น 35.16 จุด หรือ +0.46% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,217.83 จุด เพิ่มขึ้น 118.05 จุด หรือ +0.45%

แรงซื้อกลับเข้าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โดย Nvidia เพิ่มขึ้น 3.2% Micron Technology บวก 2.4% และ Qualcomm เพิ่มขึ้น 2.0% ขณะที่ Dell Technologies พุ่ง 15.8% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่ง และปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งรายได้และกำไรทั้งปี จากแรงหนุนของความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อ่อนลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ราว 4.78% จาก 4.79% ในวันก่อนหน้า หลังช่วงก่อนหน้านี้บอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นแรงจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ หนี้ภาครัฐ และแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้น โดยการผ่อนแรงของบอนด์ยีลด์ช่วยลดแรงกดดันต่อมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ขณะเดียวกัน สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 98 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 95.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 91.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าการปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ระบุว่า สหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 38,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 48,000 ตำแหน่ง และชะลอลงจาก 46,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม หลังปรับทบทวน สะท้อนสัญญาณชะลอตัวของตลาดแรงงาน

นักลงทุนยังจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน และหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

Back to top button