“อัสสเดช” ชูตลาดทุนไทยฟื้นแรงแตะ 1,600 จุด ต่างชาติพลิกซื้อสุทธิ 2 พันล้านเหรียญ

“อัสสเดช” เผยตลาดทุนไทยฟื้นตัวเด่น SET Index ขยับจาก 1,200 จุด แตะ 1,600 จุด มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ต่างชาติพลิกซื้อสุทธิกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ รับการเมืองมีเสถียรภาพ–FDI ฟื้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ส.ค.69) นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand งานเสวนาการลงทุนระดับนานาชาติประจำปี จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ BofA Securities และบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด

นายอัสสเดช กล่าวว่า ตลาดทุนไทยมีพัฒนาการเชิงบวกที่โดดเด่นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยดัชนี SET Index ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 1,200 จุดในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 1,600 จุดในปัจจุบัน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจากต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน มาเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกระแสเงินทุนต่างประเทศพลิกฟื้นจากไหลออกสุทธิ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน มาเป็นไหลเข้าสุทธิมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้

“จาก 1,200 จุด สู่ 1,600 จุด จากเงินทุนไหลออก สู่เงินทุนไหลเข้ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าตลาดทุนไทยและเศรษฐกิจไทยพร้อมที่จะ ‘Reignite’ และงาน Thailand Focus ปีนี้ คือเวทีบอกเล่าเรื่องราวนี้ให้ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกได้รับรู้” นายอัสสเดช กล่าว

สำหรับบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากเสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ทำให้รัฐบาลมีความแข็งแกร่งและมีความมั่นใจในการผลักดันนโยบายและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างมากในส่วนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการลงทุนของภาคเอกชนในประเทศ หลังจากเศรษฐกิจไทย Underperform ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา

“เสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้งช่วยให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่ง ที่จะขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ส่งผลให้เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการลงทุนจากต่างประเทศอย่างชัดเจน” นายอัสสเดช กล่าว

นายอัสสเดช กล่าวด้วยว่า ไทยยังมี Growth Story ที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และอยู่ในความสนใจของผู้ลงทุนสถาบันต่อเนื่อง โดยเนื้อหา Thailand Focus ในปีนี้จึงเน้นการมองอนาคต ศักยภาพและการเติบโตว่าจะไปในเส้นทางใด จากมุมของทั้งภาครัฐ ภาคตลาดทุน และบริษัทจดทะเบียน

ในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนไทยเข้าร่วมพบปะและให้ข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบันแบบตัวต่อตัวและแบบกลุ่มย่อยมากถึง 77 บริษัท เพื่อแสดงถึงทิศทางและศักยภาพในการเติบโต โดยในจำนวนดังกล่าวมีบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ จำนวน 15 บริษัท ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในช่วง 3 ปีข้างหน้าแก่นักลงทุน

นอกจากนี้ นายอัสสเดช ระบุถึงข้อจำกัดการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Limit) ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ว่า อยู่ที่ระดับ 25%

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการจัดงาน Thailand Focus จึงได้มีการจัดเวทีประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาค เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Back to top button