
“ศุภจี” ส่งถุงยังชีพช่วยน่าน คุมเข้มห้ามสินค้าขาด-ขายแพง เร่งอุ้ม SME
“ศุภจี” นำทีมพาณิชย์บรรจุถุงยังชีพ 1,000 ถุง ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ย้ำสิ่งของต้องตรงความต้องการแต่ละพื้นที่ พร้อมติดตามสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้ขาดตลาด–ราคาสูง และเร่งฟื้นฟูผู้ประกอบการ SME
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ส.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรกระทรวงพาณิชย์ ร่วมบรรจุถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ สำนักงานชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ก่อนปล่อยขบวนรถบรรทุกนำสิ่งของไปส่งมอบให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
นางศุภจี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งถุงยังชีพไปแล้ว 500 ถุง และวันนี้จัดส่งเพิ่มเติมอีก 1,000 ถุง รวมเป็น 1,500 ถุง โดยภายในบรรจุสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว ของใช้ในครัวเรือน และยารักษาโรค
“สิ่งสำคัญคือเราต้องช่วยให้ตรงกับความต้องการของแต่ละจุด เพราะแต่ละพื้นที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน กระทรวงพาณิชย์จึงพยายามส่งสิ่งที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ให้ถึงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่” นางศุภจีกล่าว
สำหรับถุงยังชีพจำนวน 1,000 ถุงที่จัดส่งในครั้งนี้ ภายในแต่ละถุงบรรจุสิ่งของ 14 รายการ อาทิ น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู โรลออน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง บิสกิต ขนมขบเคี้ยว นมพร้อมดื่ม กาแฟสำเร็จรูป และยารักษาโรค เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้ทันที
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องนอน รวมถึงมีสิ่งของบริจาคจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์อีกหลายพันชิ้น

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ยังสนับสนุนเงินสดเพื่อช่วยเหลือในจุดที่มีความต้องการเฉพาะ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีความต้องการเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่ม เพื่อให้สามารถจัดซื้อสิ่งของได้ตรงกับความจำเป็นของแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ เดิมมีกำหนดลงพื้นที่ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ เพื่อร่วมทำความสะอาดพื้นที่ แต่เมื่อได้รับรายงานว่า การเก็บทำความสะอาดดำเนินการไปค่อนข้างรวดเร็วและเรียบร้อยแล้ว จึงปรับมาเน้นการส่งสิ่งของที่จำเป็นเข้าไปช่วยเหลือ โดยให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่สนับสนุนความช่วยเหลือตามความต้องการของแต่ละจุด
สำหรับภารกิจด้านการดูแลสินค้า กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนและป้องกันไม่ให้ราคาสูงเกินสมควร พร้อมเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาพิเศษ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

ขณะเดียวกัน จะเร่งดูแลผู้ประกอบการและ SME ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นหน่วยงานหลักในการสำรวจและประเมินผลกระทบ พร้อมพิจารณาแนวทางช่วยเหลือด้านการสร้างอาชีพ โดยเฉพาะโครงการ “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ” รวมถึงประสานธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการฟื้นฟูกิจการหรือเริ่มต้นธุรกิจ
“วันนี้นอกจากการส่งของไปช่วยเหลือแล้ว เราต้องดูแลเรื่องราคาสินค้าด้วย สินค้าต้องไม่ขาดและต้องไม่แพง” นางศุภจีกล่าว
ทั้งนี้ นางศุภจีได้มอบหมายให้ ดร.ปิยะนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ในวันถัดไปเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อน การดูแลค่าครองชีพ ตลอดจนการฟื้นฟูอาชีพและธุรกิจของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัย


