“สุเชษฐ์” ชี้ SET ไซด์เวย์อัพ! ลุ้นปลายปี 1,650 จุด ชู “ดาต้าเซ็นเตอร์-นิคม-ท่องเที่ยว”

“สุเชษฐ์ สุขแท้” มอง SET ยังเป็นบวก วางแนวรับ 1,600-1,610 จุด พร้อมลุ้นปลายปีทดสอบ 1,650 จุด หากความเชื่อมั่นและมูลค่าซื้อขายฟื้น ชูธีม Data Center หนุน ROJNA-NNCL-AMATA-WHA-WHAUP แนะทยอยสะสมหุ้นท่องเที่ยวรับมาตรการรัฐ พร้อมคัด CPN-BH-GUNKUL-TOA-BTG หุ้นเด่นวันนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด หรือ ASL เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางเป็นบวก โดยประเมินแนวรับ SET Index ที่ 1,610 จุด และ 1,600 จุด พร้อมแนะนำกลยุทธ์ถือหรือซื้อเล่นรอบ ตราบใดที่ดัชนียังไม่หลุดระดับ 1,600 จุด เนื่องจากหากต่ำกว่าระดับดังกล่าวจะถือเป็นสัญญาณที่ผิดไปจากแนวโน้มเดิม และควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน

ทั้งนี้ ในช่วง 1 เดือนข้างหน้า นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวทางการเมือง การพิจารณางบประมาณ และนโยบายภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและทิศทางของตลาดในระยะสั้น

สำหรับธีมการลงทุนที่น่าสนใจ นายสุเชษฐ์ระบุว่า Data Center ยังเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวเชื่อมโยงกับหลายอุตสาหกรรม ทั้งธนาคาร พลังงาน ไฟฟ้า น้ำ เทคโนโลยี และ ICT รวมถึงพื้นที่รองรับโครงการ โดยเฉพาะกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Data Center ในพื้นที่ปริมณฑล ภาคตะวันออก อยุธยา และปทุมธานี

โดยหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่น่าติดตาม ได้แก่ ROJNA, NNCL, AMATA และ WHA ขณะที่ WHAUP มีธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้าเข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม จึงถือเป็นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการลงทุน Data Center ในระยะยาว

สำหรับหุ้นรายตัว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ถือเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มเซ็นทรัล จากแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดยหากมีหุ้นอยู่แนะนำถือหรือซื้อเพิ่ม มองแนวต้านบริเวณ 67.25-69 บาท และมีเป้าหมายรอบนี้ที่ 70 บาท ส่วนผู้ที่ยังไม่มีหุ้นสามารถซื้อเล่นรอบ โดยมีจุดรับสำคัญบริเวณ 62 บาท

ด้าน บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH มองจุดรับสำคัญบริเวณ 189-190 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 200-210 บาท โดยประเมินว่าราคาหุ้นยังมีลักษณะแกว่งตัวในทิศทางที่ดีขึ้น

ส่วน บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ยังมีแนวโน้มที่ดี แต่การปรับตัวขึ้นเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับมาตรการใหม่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไฟฟ้า โดยมีระดับราคาเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 5.35, 5.50 และ 6.00 บาท ขณะที่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA แนะนำจุดรับที่ 15 บาท และแนวต้าน 16 บาท

ขณะที่บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เหมาะกับกลยุทธ์ซื้อขายเป็นรอบ โดยมีจุดซื้อบริเวณ 20.50 บาท และแนวต้าน 22 บาท พร้อมมองแนวโน้มกลุ่มอาหารและปศุสัตว์ในช่วงครึ่งปีหลังดีขึ้น โดยหุ้นในกลุ่มมีโอกาสขยับขึ้นตามทิศทางผลประกอบการ

นอกจากนี้กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ยังมีโอกาสช่วยประคองตลาดในช่วงที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผล ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีมีแนวโน้มทรงตัวตามราคาน้ำมันโลก ส่วนกลุ่ม ICT เริ่มมีโมเมนตัมที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ TRUE ซึ่งมองว่าราคาปัจจุบันเริ่มมีฐานรองรับ และยังมองเป้าหมายบริเวณ 14 บาท

สำหรับช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. นายสุเชษฐ์มองว่า นักลงทุนควรเริ่มทยอยสะสมหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว เพื่อรองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาครัฐในช่วงปลายปี โดยหุ้นที่น่าติดตาม ได้แก่ AOT, BA, CENTEL, MINT และ ERW ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมจะยังเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนทิศทางตลาด

ด้านมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงมาอยู่บริเวณ 50,000-60,000 ล้านบาทต่อวัน นายสุเชษฐ์มองว่า สาเหตุสำคัญมาจากความไม่แน่นอนของปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเริ่มคลี่คลายลง ดังนั้น หากยังไม่มีมาตรการภาครัฐหรือปัจจัยใหม่เข้ามาฟื้นความเชื่อมั่น มูลค่าการซื้อขายอาจยังอยู่ในระดับดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากมีมาตรการภาครัฐออกมาชัดเจนและช่วยฟื้นความเชื่อมั่น คาดว่าเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศจะทยอยกลับเข้าสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเปิดทางให้ SET Index ปรับขึ้นได้มากขึ้น เพราะหากมูลค่าการซื้อขายยังอยู่ในระดับต่ำ การขยับขึ้นไปบริเวณ 1,650-1,700 จุด จะทำได้ยาก

ทั้งนี้ ASL ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยประเมินว่าในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจนถึงปลายปี SET Index มีโอกาสขึ้นทดสอบและผ่านระดับ 1,650 จุด ได้ หากปัจจัยภายในประเทศคลี่คลายและความเชื่อมั่นของนักลงทุนฟื้นตัว

Back to top button