ครม. ไฟเขียว AOTGA คว้า 2 โครงการ PPP สุวรรณภูมิ ลุยบริการภาคพื้น-คลังสินค้า

ครม. เห็นชอบ AOTGA ร่วมลงทุน 2 โครงการ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ครอบคลุมบริการภาคพื้นและคลังสินค้ารายที่ 3 รูปแบบ PPP Net Cost รองรับการจราจรทางอากาศและปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนจำนวน 2 โครงการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ตามที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) กระทรวงคมนาคม เสนอ

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โครงการดังกล่าวประกอบด้วย โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบการรายที่ 3 และ โครงการให้บริการคลังสินค้าของผู้ประกอบการรายที่ 3 โดยมี บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมลงทุนในทั้ง 2 โครงการ

ก่อนหน้านี้ ครม. มีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 อนุมัติให้ ทอท. ดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost และจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนแก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด

ภายหลังจากมติ ครม. ดังกล่าว ทอท.และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ได้ดำเนินการคัดเลือกเอกชน พร้อมจัดทำร่างและเงื่อนไขสัญญาร่วมลงทุน ก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

สำหรับโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศ และยกระดับการให้บริการ (Level of Service: LOS) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ส่วนโครงการให้บริการคลังสินค้า คณะกรรมการคัดเลือกฯ ในการประชุมครั้งที่ 24/2568 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีมติเห็นชอบให้ AOTGA เป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุด โดยโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการคลังสินค้าให้สามารถรองรับการเติบโตของท่าอากาศยาน และส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการคลังสินค้า เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการให้บริการ

ขอบเขตการให้บริการของโครงการครอบคลุมคลังสินค้าขาเข้า (Import) คลังสินค้าขาออก (Export) คลังสินค้าถ่ายลำ (Transit) สินค้าเน่าเสียง่าย ตลอดจนสินค้าเร่งด่วนและสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

ทั้งนี้ ทอท. ได้จัดทำเงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุนโครงการคลังสินค้าให้สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง เงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 โดยดำเนินการในรูปแบบ PPP Net Cost พร้อมแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินโครงการ

ภายหลัง ครม.เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาแล้ว ทอท.จะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับ AOTGA เพื่อเริ่มดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศและปริมาณสินค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคต่อไป

Back to top button