
เงินเฟ้อไทย ส.ค.พุ่ง 2.53% จับตาน้ำมัน-เอลนีโญดันปลายปีเสี่ยงเกิน 2%
ศูนย์วิจัยกรุงไทย ชี้เงินเฟ้อ ส.ค.69 เร่งแตะ 2.53% ขณะที่ Core CPI สูงสุดรอบกว่า 3 ปี จับตาแรงกดดันในประเทศ พลังงาน และเอลนีโญ ดันเงินเฟ้อปลายปีสูงกว่า 2%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับสูง โดยแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อเริ่มเปลี่ยนจากพลังงานไปสู่แรงกดดันด้านอุปสงค์และอุปทานในประเทศมากขึ้น ขณะที่ยังต้องติดตามราคาพลังงานและผลกระทบจากเอลนีโญในช่วงปลายปี ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานการผลิตและเพิ่มแรงกดดันด้านราคา
Krungthai COMPASS ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามมี 3 ด้าน ได้แก่ พลังงาน ซึ่งอาจกลับมากดดันเงินเฟ้ออีกครั้งจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนแรงส่งด้านอุปสงค์ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับสูงนานขึ้น รวมถึงอาหารสด ที่มีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและเอลนีโญในช่วงปลายปี
ล่าสุด อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 2.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจาก 1.95% ในเดือนก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.37% โดยราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 8.59% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 14.12% ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 2.99% จากราคาอาหารสำเร็จรูปและอาหารสดที่ปรับสูงขึ้น
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน หรือ Core CPI อยู่ที่ 1.44% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.39% จากการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1.37% และ 0.94% ตามลำดับ
เมื่อพิจารณาแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคม พบว่า พลังงานมีสัดส่วนต่อเงินเฟ้อทั่วไป 41.5% หรือ 1.05 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานมีสัดส่วน 39.9% หรือ 1.01 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ส่วนอาหารสดมีส่วนต่อเงินเฟ้อ 0.47 จุดเปอร์เซ็นต์ จากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่กระทบต่ออุปทานการผลิต
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านพลังงาน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความผันผวนสูง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดือนสิงหาคมที่ 79.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันด้านพลังงานกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง
สำหรับระยะข้างหน้า Krungthai COMPASS ระบุว่า แรงกดดันจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากพลังงานเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ขณะที่ราคาอาหารสดบางรายการ รวมถึงสินค้าที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง เริ่มปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มอยู่สูงกว่าค่ากลางของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%

