3 บลจ. ชี้ AI หนุนหุ้นต่างประเทศ แนะกระจายพอร์ตลงทุน-รับมือค่าเงินผันผวน

3 ผู้บริหาร บลจ. มองหุ้นต่างประเทศยังมีโอกาสรับเมกะเทรนด์ AI แนะกระจายลงทุนทั่วโลกตามความรู้และความเสี่ยง พร้อมจับตาค่าเงิน–ค่าธรรมเนียม เลี่ยงทุ่มเงินในสินทรัพย์เดียว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ก.ย.69) ภายในงาน “เปิดโลกสินทรัพย์ทางเลือก เติมเต็มโอกาสการลงทุน” ช่วงเสวนา “โอกาสทองกองทุนหุ้นต่างประเทศ” ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 3 แห่ง ให้มุมมองสอดคล้องกันว่า การลงทุนในหุ้นต่างประเทศยังมีโอกาสเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรกระจายการลงทุนให้เหมาะกับอายุ ระยะเวลา และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พร้อมพิจารณาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนประกอบการตัดสินใจ

นางชวินดา หาญรัตนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อพิจารณามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ของอุตสาหกรรมกองทุนรวมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนกองทุนต่างประเทศอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก แต่โครงสร้างการลงทุนภายในเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ เม็ดเงินมุ่งเข้าสู่กองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI

ชวินดา หาญรัตนกุล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย

ขณะที่ปีที่ผ่านมา การลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยียังกระจายตัวไปในหลายประเทศ แต่ปีนี้เม็ดเงินให้น้ำหนักกับ AI มากขึ้น ตามจำนวนผู้ใช้งานและการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้เงินลงทุนไหลเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

โอกาสลงทุนในเทคโนโลยีและ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา แต่ยังกระจายไปยังประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น เนื่องจากแต่ละประเทศมีบทบาทแตกต่างกันในการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องให้ความสำคัญกับอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะการลงทุนระยะสั้น เพราะความเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจเพิ่มหรือลดผลตอบแทนจากสินทรัพย์ต่างประเทศ หากเข้าลงทุนในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า นักลงทุนอาจได้รับประโยชน์ทั้งจากราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยน แต่หากลงทุนในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่ามาก ก็อาจเผชิญความเสี่ยงทั้งสองด้านเช่นกัน

สำหรับการลงทุนระยะยาว ผลกระทบจากค่าเงินอาจลดลงตามระยะเวลา แต่การลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศจำเป็นต้องพิจารณาต้นทุนป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กับผลตอบแทน เนื่องจากตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้น หากต้นทุนป้องกันความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับอาจเหลือไม่มาก

นางชวินดา กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีและ AI ยังมีแนวโน้มเติบโต แต่ไม่แนะนำให้ทุ่มลงทุนเต็มพอร์ต เนื่องจากราคาสินทรัพย์มีความผันผวนสูง และตลาดยังจับตาว่าเงินลงทุนจำนวนมากของบริษัทเทคโนโลยีจะสร้างผลตอบแทนและมูลค่าทางธุรกิจได้ตามความคาดหวังหรือไม่

ผู้ลงทุนที่ยังไม่มีความเข้าใจเพียงพออาจเริ่มจากกองทุนที่กระจายการลงทุนในหลายประเทศหรือหลายประเภทสินทรัพย์ และทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบริหารต้นทุนและลดความผันผวนของพอร์ต โดยควรมีทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ทองคำ และสินทรัพย์อื่น ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับอายุและระดับความเสี่ยงที่รับได้

“อย่าเสี่ยงจนเกินไป อย่าหวังรวยจนเกินไป การกระจายการลงทุนจะช่วยให้พอร์ตผันผวนน้อยลง วิธีง่าย ๆ คือกระจายการลงทุน และหากไม่มั่นใจก็ทยอยลงทุนเป็นรายเดือน ค่อย ๆ ลงทีละนิดเพื่อบริหารต้นทุน โดยต้องพิจารณาว่าอะไรเหมาะสมกับเรา” นางชวินดา กล่าว

ด้าน ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน ฝ่ายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด กล่าวว่า หากสถานการณ์สงครามและปัจจัยด้านราคาน้ำมันคลี่คลาย ตลาดหุ้นทั่วโลกยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นต่อ แต่ผู้ลงทุนต้องเลือกตลาดและกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ

ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน ฝ่ายงานบริหารการลงทุน บลจ.บัวหลวง

แนวโน้มสำคัญในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า คือการแข่งขันระหว่างเครื่องจักรกับคน โดย AI จะเข้ามาทดแทนงานที่ใช้ความคิดบางส่วน นักลงทุนจึงควรพิจารณาลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

นอกจากบริษัทเทคโนโลยีแล้ว กลุ่มเฮลธ์แคร์ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จาก AI ผ่านการทดลองยา การพัฒนายาใหม่ และการค้นหาวิธีรักษาโรคที่ซับซ้อนมากขึ้น

สำหรับการเลือกวิธีลงทุน นักลงทุนต้องประเมินความรู้ ประสบการณ์ และเวลาที่สามารถใช้ติดตามข้อมูล เพราะการลงทุนแต่ละระดับมีความซับซ้อนแตกต่างกัน ตั้งแต่กองทุนที่จัดสรรสินทรัพย์ให้เรียบร้อย กองทุนรายประเทศหรือรายธีม ไปจนถึงการเลือกหุ้นต่างประเทศด้วยตนเอง ซึ่งต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด

“นักลงทุนต้องถามตัวเองว่ามีประสบการณ์และเวลาที่ต้องการใช้กับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายกับการลงทุนมากที่สุดคือการลงทุนในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ หากยังไม่เข้าใจ ควรเริ่มจากกองทุนรวมประเภทจัดพอร์ต ซึ่งกระจายความเสี่ยงทั้งหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลก” ดร.ธนาวุฒิ กล่าว

ขณะที่ นายกุลฉัตร จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผู้ลงทุนอายุน้อยเริ่มให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินมากขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมมีผลิตภัณฑ์และช่องทางลงทุนหลากหลายขึ้น ทำให้กองทุนรวมมีบทบาทเชื่อมโยงพฤติกรรมของผู้ลงทุนกับโอกาสในตลาดต่างประเทศ

กุลฉัตร จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี

การเข้ามาของ AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับอุตสาหกรรมและเปิดโอกาสลงทุนในหลายตลาดทั่วโลก ดังนั้น การลงทุนต่างประเทศไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงทางเลือก แต่เป็นส่วนสำคัญของการกระจายพอร์ต โดยเห็นว่าพอร์ตไม่ควรกระจุกตัวอยู่ในหุ้นไทยมากเกินไป และควรจัดสรรเงินบางส่วนไปยังต่างประเทศ

สำหรับผู้เริ่มต้น ควรกระจายการลงทุนทั้งในเชิงภูมิภาคและประเภทสินทรัพย์ รวมถึงใช้วิธีลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนเป็นงวด หรือ DCA โดยเฉพาะผู้ลงทุนอายุน้อยที่มีระยะเวลาลงทุนยาว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าลงทุนผิดจังหวะ

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความซับซ้อนและต้นทุนของกองทุนต่างประเทศ ทั้งค่าธรรมเนียมการจัดการ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และภาษี โดยเปรียบเทียบให้เหมาะสมระหว่างการลงทุนผ่านกองทุนรวมกับการลงทุนในต่างประเทศด้วยตนเอง

“AI กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมและเปิดโอกาสลงทุนทั่วโลก ทำให้การลงทุนต่างประเทศไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นส่วนสำคัญของการกระจายพอร์ต” นายกุลฉัตร กล่าว

Back to top button