WP มั่นใจ Q2 โตต่อ รับดีมานด์ LPG ฟื้น ตั้งเป้ายอดขายปี 69 แตะ 7.7 แสนตัน

WP ประเมินผลงานไตรมาส 2/2569 โตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ความต้องการใช้ LPG ในประเทศเพิ่มขึ้น เดินหน้าบริหารต้นทุน-ฐานลูกค้า พร้อมดันยอดขายก๊าซปีนี้แตะ 770,000 ตัน


นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP เปิดเผยว่า บริษัทประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG ภายในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงความต้องการใช้ในภาคปิโตรเคมี ภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน

ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับการบริหารฐานลูกค้าอย่างมีคุณภาพ เพื่อลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และมุ่งสร้างความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะการเพิ่มปริมาณการขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเน้นการรักษาคุณภาพรายได้และประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เสริมกลยุทธ์ทางการตลาดผ่านกิจกรรมและแคมเปญในหลายช่องทาง เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ “เวิลด์แก๊ส” ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันยอดขายก๊าซ LPG ในปี 2569 อยู่ที่ 770,000 ตัน ตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้ WP ยังให้ความสำคัญกับการให้บริการแบบครบวงจร ทั้งด้านบริการหลังการขาย ศูนย์ซ่อมบำรุง และบริการติดตั้งระบบ LPG สำหรับกลุ่มพาณิชยกรรมและลูกค้าพาณิชย์ โดยปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายโรงบรรจุก๊าซ LPG กว่า 177 แห่ง และระบบขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการควบคุมคุณภาพสินค้า ลดผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคา และสร้างความได้เปรียบในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ประมาณ 20%

สำหรับธุรกิจพลังงานทดแทน บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop ในไตรมาส 1/2569 มูลค่า 9.07 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับสูง และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของบริษัท โดยบริษัทตั้งเป้าภายใน 1-3 ปี จะเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Solar Rooftop เป็น 30% ของกำไรสุทธิ

ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ หรือ COD แล้วกว่า 35 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 10.72 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำให้กับกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตธุรกิจ และเสริมความมั่นคงในการเติบโตระยะยาว

นางสาวชมกมล กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคู่กับการพัฒนาแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทได้ยื่นเอกสารขอรับรอง CAC เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมเดินหน้ากิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมการประเมินอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้ง หรือ TRIS Rating เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคต สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทในการเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

Back to top button