
PTT ผนึก “บีไอจี” วางศิลาฤกษ์โรงแยกอากาศแห่งที่ 2 หนุนก๊าซคาร์บอนต่ำ
PTT ผนึก BIG เดินหน้าโครงการโรงแยกอากาศแห่งที่ 2 กำลังผลิต 4.5 แสนตันต่อปี มูลค่าลงทุน 2,000 ล้านบาท ต่อยอดนวัตกรรมความเย็นจาก LNG ลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้มากกว่า 50%
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ร่วมกับบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ BIG เดินหน้าโครงการโรงแยกอากาศแห่งที่ 2 (MAP2) ขนาดกำลังการผลิต 4.5 แสนตันต่อปี มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยนำนวัตกรรมพลังงานความเย็นจากก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มาต่อยอดในกระบวนการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้ไฟฟ้าทำความเย็นทั้งหมด
นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซ PTT เปิดเผยว่า บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด หรือ MAP ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง PTT และ BIG ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการโรงแยกอากาศแห่งที่ 2 หรือ MAP2 มีกำลังการผลิตรวมสูงสุด 4.5 แสนตันต่อปี มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท และมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ หรือ COD ภายในต้นไตรมาส 3/2571
สำหรับโครงการ MAP2 ถือเป็นโรงแยกอากาศแห่งที่ 2 ของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมพลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะของ LNG มาผลิตก๊าซอุตสาหกรรม ได้แก่ ออกซิเจน ไนโตรเจน และอาร์กอน เพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโรงแยกอากาศแห่งที่ 1 หรือ MAP1 ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ด้วยกำลังการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม 1,100 ตันต่อวัน หรือมากกว่า 4 แสนตันต่อปี โดยเชื่อมระบบท่อส่งความเย็นจาก PTTLNG Receiving Terminal แห่งที่ 1 มาแลกเปลี่ยนพลังงานความเย็นในกระบวนการผลิตของโรงงาน ASU
ที่ผ่านมา MAP1 ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพในการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการแยกอากาศ ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 93,000 ตันต่อปี และลดการปล่อยน้ำเย็นลงสู่ทะเลได้ถึง 2,500 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการนำพลังงานความเย็นที่อาจสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะเดียวกัน โครงการ MAP2 ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของ PTT และ BIG ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยต่อยอดจากความสำเร็จของ MAP1 ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนสะสมได้แล้วกว่า 370,000 ตัน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ
PTT ระบุว่า การลงทุนในโครงการดังกล่าวเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ และสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะยาว

