TRUE ผนึก QTRic-qBraid จัดงาน “SEA Quantum Leader Summit 2026” ดันไทยฮับควอนตัมภูมิภาค

TRUE ร่วมกับ QTRic และ qBraid จัดงาน SEA Quantum Leader Summit 2026 รวมผู้นำควอนตัมระดับนานาชาติ ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมควอนตัมอาเซียน พร้อมต่อยอด AI-Cybersecurity-พลังงาน-สาธารณสุข หนุนขีดแข่งขันไทยระยะยาว


ประเทศไทยเดินหน้าสู่อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง หลังบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมแห่งประเทศไทย หรือ Quantum Technology Research Initiative Consortium Thailand (QTRic) และ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการประมวลผลควอนตัมชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา จัดงาน “SEA Quantum Leader Summit 2026” เวทีประชุมผู้นำด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับนานาชาติครั้งสำคัญของภูมิภาค

การจัดงานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพค.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) รวมถึงภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมจากหลายประเทศ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค และพื้นที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี โดยมีดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ และประธานคณะผู้บริหารด้านยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดยนางศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล และนายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม ร่วมให้การต้อนรับ

งาน SEA Quantum Leader Summit 2026 ถือเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำนวัตกรรมจากภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีควอนตัม และร่วมผลักดันระบบนิเวศควอนตัมของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล โดยนอกจากการสัมมนาเชิงยุทธศาสตร์แล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังได้เดินทางไปยังเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Hackathon ศึกษาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเก็บข้อมูลเพื่อนำไปออกแบบนวัตกรรมควอนตัมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายดนุพร กล่าวว่า งาน SEA Quantum Leader Summit 2026 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่าง qBraid และ QTRic ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างระบบนิเวศด้าน AI และเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ เทคโนโลยีควอนตัมจะมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบบสาธารณสุข และพลังงานแห่งอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร นักวิจัย และผู้นำเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของประเทศไทย

ด้านศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. ได้เดินหน้าบริหารงบวิจัย 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเทคโนโลยีควอนตัมมีศักยภาพสูงในการยกระดับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ แก้ปัญหาที่ซับซ้อนอย่างรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในด้านโลจิสติกส์ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

สกสว. ได้จัดสรรงบประมาณร้อยละ 40 เป็นทุนพื้นฐานสำหรับมหาวิทยาลัยและหน่วยวิจัย ขณะที่อีกร้อยละ 60 เป็นทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านหน่วยบริหารจัดการทุน เพื่อผลักดันงานวิจัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดยภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะที่ 2 เทคโนโลยีควอนตัมได้รับการยกระดับให้เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ พร้อมวางรากฐานระบบนิเวศควอนตัม การพัฒนาบุคลากร และการจัดตั้งศูนย์ควอนตัมแห่งชาติ

ขณะที่รศ.ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธาน QTRic กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัมอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากวางรากฐานและสร้างระบบนิเวศควอนตัมต่อเนื่องมากว่า 6 ปี ภายใต้การสนับสนุนของ บพค. และ สกสว. พร้อมเครือข่ายนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คนทั่วประเทศ

รศ.ดร.วรวัฒน์ ระบุว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพพลิกโฉมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น โลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และสาธารณสุข โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกได้ถึง 1-2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 4-10 ปีข้างหน้า ดังนั้น โจทย์สำคัญของไทยคือการร่วมกำหนดอนาคตเศรษฐกิจควอนตัม ผ่านการพัฒนาบุคลากร การผลักดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริง และการเชื่อมโยงความร่วมมือระดับอาเซียนและนานาชาติ

สำหรับภาคเอกชน นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม TRUE กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์และทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่ยุคใหม่ของนวัตกรรม ผ่านการผนึกศักยภาพศูนย์ความเป็นเลิศ หรือ Center of Excellence ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้ทำงานเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน โดยวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมอัจฉริยะผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ BioTech, Data Center และ Digital AI & Robotics พร้อมต่อยอดสู่ Quantum AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในยุคหลัง AI

นายเอกราช กล่าวว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง QTRic และ qBraid มีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมระดับภูมิภาค โดยมุ่งแก้โจทย์ท้าทายสำคัญ ตั้งแต่การวิจัยยาและวัคซีน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการพลังงาน ไปจนถึงการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

ทั้งนี้ TRUE ได้วางแนวทางขับเคลื่อน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะแบบอัตโนมัติครบวงจร การประยุกต์ใช้ Digital Twin เพื่อจำลององค์กร เมืองอัจฉริยะ และระบบต่าง ๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้าน Quantum Safe เพื่อรับมือภัยคุกคามในยุค Post-Quantum

นอกจากนี้ TRUE ยังมีแผนริเริ่ม “Thailand Quantum Club” เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้สนใจเทคโนโลยีควอนตัม โดยมุ่งทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาบุคลากรไทยและต่อยอดองค์ความรู้สู่เวทีโลก

ด้านนาย Ricky Young ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ qBraid กล่าวว่า การผสานพลังระหว่าง AI และคอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของโลกเทคโนโลยี ผ่านระบบ Agentic Framework ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents ซึ่งสามารถเปลี่ยนการเขียนโค้ดควอนตัมที่ซับซ้อนให้เป็นการสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ พร้อมบริหารจัดการทรัพยากรประมวลผลขั้นสูงได้อย่างอัตโนมัติ

นาย Young ระบุว่า กระแสการลงทุนด้านควอนตัมทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนแรงสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ขณะที่แพลตฟอร์ม qBraid ช่วยให้นักวิจัย นักพัฒนา และผู้กำหนดนโยบายเข้าถึงฮาร์ดแวร์ควอนตัมและเครื่องมือ AI ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยปลดล็อกการประยุกต์ใช้จริงในงานวิจัยขั้นสูง ระบบการเงิน โลจิสติกส์ ตลาดทุน โดรนอัจฉริยะ และการบริหารจัดการทรัพยากรที่ซับซ้อน

ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI และเทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเร่งพัฒนาบุคลากร สร้าง Use Case เชิงอุตสาหกรรม และผลักดันเทคโนโลยีควอนตัมเข้าสู่แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

Back to top button