GULF เดินหน้าติดตั้ง “โซลาร์เพื่อชุมชน” ครอบคลุม 20 พื้นที่ห่างไกลขาดแคลนไฟฟ้า

GULF เปิดเรื่องเล่า 3 พื้นที่ “บ้านดอยเวียง-บ้านปากนาย-บ้านวุ้งกะสัง” สะท้อนพลังงานสะอาดที่เป็นได้มากกว่าแค่แสงสว่าง ทั้งสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต หลังเดินหน้าส่งมอบพลังงานสะอาดสู่พื้นที่ห่างไกลและไฟฟ้าเข้าไม่ถึงต่อเนื่องกว่า 5 ปี ครอบคลุม 20 พื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเปิดรับพิกัดใหม่ถึง 28 ส.ค.นี้


หากลองหลับตาแล้วจินตนาการถึงหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนดอยสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นสบายตลอดปี ปลูกกาแฟ ที่ให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ หรือหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง แต่โอบล้อมไปด้วยทิวเขา ธรรมชาติสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม ชาวบ้านยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิม หรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน เหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด

แต่ทว่าในความงดงาม ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของหมู่บ้านเหล่านั้น กลับถูกกลืนหายไปในความมืดมิด เพียงเพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรืออยู่ในพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า มีไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอ กลายเป็นเงื่อนไขขีดเส้นแบ่งชีวิตของผู้คน ที่เผชิญกับข้อจำกัดคือ “ไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ ทั้งกลางวันและกลางคืน”

ทำให้พวกเขาถูกตัดขาดจากระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การศึกษา หรือการสื่อสารได้อย่างเท่าเทียมเหมือนคนทั่วไป

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี ครอบคลุมแล้ว 20 พื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งพื้นที่ดอยสูง พื้นที่เกาะ และพื้นที่ชายแดน

GULF เชื่อว่า การเข้าถึงไฟฟ้าไม่เพียงช่วยให้ผู้คนสามารถใช้บริการขั้นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม แต่ยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

บ้านดอยเวียง: เปลี่ยน “กาแฟเชอรี่” สู่ “กาแฟกะลา” เพิ่มรายได้เกษตรกร

หนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง คือ บ้านดอยเวียง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในเขตอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา เป็นชุมชนชาวเขาเผ่าลาหู่ มีประชากรราว 100 หลังคาเรือน หรือประมาณ 400 คน อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างเกื้อกูล โดยชาวบ้านกว่า 80% ปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลักภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ควบคู่ไปกับการดูแลผืนป่าต้นน้ำ

ด้วยระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ประกอบกับสภาพภูมิอากาศและดิน ทำให้กาแฟของบ้านดอยเวียงมีรสชาติดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม ชุมชนต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากพลังน้ำซึ่งไม่เสถียร ใช้งานได้เพียงวันละ 3-4 ชั่วโมง และเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง สายน้ำเหือดแห้ง ทั้งหมู่บ้านอาจไม่มีไฟฟ้าใช้เลย

ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ชาวบ้านไม่สามารถแปรรูปผลผลิตกาแฟได้ และต้องจำหน่ายเพียงกาแฟเชอรี่สดในราคากิโลกรัมละประมาณ 25-30 บาท ขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลางและราคาตลาดที่ผันผวน ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรไม่แน่นอน

เมื่อ GULF นำระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เข้าไปติดตั้งที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงบ้านดอยเวียง ไฟฟ้าได้ช่วยเชื่อมต่อระบบดาวเทียมและสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ และเพิ่มโอกาสด้านการศึกษา ขณะเดียวกัน GULF ยังสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรือนสำหรับสีกาแฟ พร้อมจัดซื้อเครื่องสีกาแฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์มอบให้กับชุมชน

นายยูเอละ จะอืด กรรมการหมู่บ้านและตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านดอยเวียง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านสามารถขายได้เพียงกาแฟเชอรี่สด ซึ่งบางปีมีราคาตกต่ำ แต่หลังจาก GULF นำโซลาร์เซลล์เข้ามา พร้อมสนับสนุนโรงเรือนและเครื่องสีกาแฟ ทำให้ชุมชนสามารถต่อยอดสู่การแปรรูปเป็น “กาแฟกะลา” ซึ่งจำหน่ายได้สูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท ช่วยเพิ่มรายได้ของชาวบ้านหลายเท่าตัว และยังเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถพัฒนาแบรนด์กาแฟของตัวเองในอนาคต

นอกจากนี้ ระบบโซลาร์เซลล์ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่เห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ นำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำให้เติบโตควบคู่กับชุมชน

บ้านปากนาย: โซลาร์เซลล์บนแพลอยน้ำ เสริมความมั่นคงอาชีพประมง

เช่นเดียวกับ บ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน ซึ่งเป็นชุมชนบนแพกลางอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ มีประชากรราว 200 คน ชาวบ้านสืบทอดวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านมาหลายชั่วอายุคน โดยดำรงชีพจากการจับสัตว์น้ำและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากปลา

อย่างไรก็ตาม ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณปลายสายส่ง ประกอบกับลักษณะพื้นที่เป็นแพลอยน้ำ ทำให้ชุมชนประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า ส่งผลโดยตรงต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชน โดยเฉพาะการเก็บรักษาและแปรรูปปลาที่สามารถทำได้อย่างจำกัด

GULF จึงเข้าไปติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนแพส่วนกลางของหมู่บ้าน ซึ่งได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ โดยแพสามารถเคลื่อนตัวตามระดับน้ำได้ ทำให้ชาวบ้านสามารถใช้ไฟฟ้าร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง

ระบบดังกล่าวยังช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ เสริมศักยภาพการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

น.ส.จารุณี ซ้อนสมบัติ ผู้ใหญ่บ้านปากนาย กล่าวว่า บ้านปากนายประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้ามาเป็นเวลานาน การมีแพส่วนกลางติดตั้งโซลาร์เซลล์จึงตอบโจทย์วิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านที่ประกอบอาชีพแปรรูปปลา ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก

เมื่อมีไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ชาวบ้านสามารถพัฒนาและต่อยอดการทำปลาอบแห้งและการแปรรูปผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสียหายของผลผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และช่วยให้อาชีพประมงของชาวบ้านมีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว

บ้านวุ้งกะสัง: ปลุกชุมชนจากความมืด สู่อาชีพสร้างรายได้ยามค่ำคืน

ขณะที่ บ้านวุ้งกะสัง ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาทางทิศตะวันตกของเขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เป็นชุมชนชาวปกาเกอะญอโบราณที่ตั้งถิ่นฐานมานานนับร้อยปี ปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่ราว 110 หลังคาเรือน รวมกว่า 357 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและปศุสัตว์

ด้วยภูมิประเทศที่ถูกล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน ทำให้ระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ในช่วงกลางคืนชาวบ้านต้องอาศัยการจุดเทียนหรือขี้ไต้ ขณะที่บางครัวเรือนมีแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กสำหรับให้แสงสว่างเท่านั้น

GULF จึงเข้าไปติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโป่งน้ำร้อน-วุ้งกะสัง เพื่อยกระดับสุขภาวะและความปลอดภัย พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเด็กก่อนวัยเรียน

นอกจากนี้ ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดยังถูกเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ทั้งศาลาอเนกประสงค์และลานกีฬา เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ของคนในชุมชน

น.ส.ดวงใจ จูมงคล ผู้ใหญ่บ้านวุ้งกะสัง กล่าวว่า การที่ GULF เข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ช่วยแก้ปัญหาที่ตรงจุดและเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชนอย่างมาก ไม่เพียงช่วยด้านการศึกษาของเด็กในศูนย์เด็กเล็ก แต่ยังทำให้ศาลาอเนกประสงค์และลานกีฬากลับมาเป็นศูนย์กลางกิจกรรมของหมู่บ้านอีกครั้ง

ปัจจุบัน ชุมชนมีจุดชาร์จไฟสำหรับเครื่องมือทางการเกษตรและอุปกรณ์สื่อสาร ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องเดินทางออกไปชาร์จไฟนอกหมู่บ้านเหมือนในอดีต ขณะที่เมื่อมีแสงสว่างเพียงพอในช่วงกลางคืน กลุ่มแม่บ้านสามารถรวมตัวกันทำอาชีพเสริม เช่น การทอผ้าพื้นเมืองและการจักสาน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ครอบครัว

เรื่องราวจากทั้ง 3 พื้นที่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อพลังงานสะอาดเดินทางไปถึงชุมชน โดยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี GULF ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งมอบอุปกรณ์และเทคโนโลยี แต่ยังนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้คนในชุมชนห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุข การศึกษา การสื่อสาร และโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

ล่าสุด GULF เดินหน้าต่อยอดโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ชวนประชาชนร่วมเสนอพิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อพิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้โดย ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถเสนอชื่อและรายละเอียดของพื้นที่ที่ต้องการรับการสนับสนุนจากโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 สิงหาคม 2569

ผู้สนใจสามารถกรอกข้อมูลเสนอพื้นที่ได้ผ่านแบบฟอร์มของโครงการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Facebook Gulf SPARK ทั้งนี้ การพิจารณาคัดเลือกพื้นที่เป็นดุลยพินิจของบริษัท และบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการพิจารณาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

 

Back to top button