
OR ผนึก “วีระสุวรรณ” รุกเชื้อเพลิงสะอาด SAF-UCOME รองรับการบิน-เดินเรือ
OR ผนึก “วีระสุวรรณ” ลงนามความร่วมมือศึกษาและพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน Neat SAF และไบโอดีเซล UCOME จากน้ำมันพืชใช้แล้ว มุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาด รองรับธุรกิจการบินและเดินเรือ พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ปี 2050
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดย หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมกับ นายแสวง บุญญาสุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีระสุวรรณ จำกัด ลงนามความร่วมมือด้านการศึกษาและพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Neat Sustainable Aviation Fuel: Neat SAF) และไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil Methyl Ester: UCOME) เพื่อส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดสำหรับภาคการบินและการเดินเรือ
ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศไทย พร้อมศึกษาโอกาสในการขยายความร่วมมือเชิงพาณิชย์และพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในอนาคต ให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายและแผนพลังงานของประเทศ
สำหรับกรอบความร่วมมือครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญตลอดห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงทางเลือก 2. การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดหาและจำหน่ายเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ 3. การพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับมาตรฐานการรับรองด้านความยั่งยืนและคาร์บอนระหว่างประเทศ (International Sustainability and Carbon Certification: ISCC) พร้อมจัดให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และ 4. การต่อยอดความร่วมมือด้านโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและธุรกิจคาร์บอนต่ำสำหรับภาคการบินและการเดินเรือ
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับบริษัท วีระสุวรรณ จำกัด ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพการพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดของ OR ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มเชื้อเพลิงทางเลือก เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 หรือ ค.ศ. 2050
ทั้งนี้ การศึกษาและส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิง Neat SAF และ UCOME สำหรับภาคการบินและการเดินเรือ สอดคล้องกับแนวคิด “โออาร์ เติมโอกาส ทุกการเติบโตร่วมกัน” ซึ่งมุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมรองรับความต้องการใช้พลังงานทางเลือกในอนาคต โดยมุ่งพัฒนาระบบจัดหาและจำหน่ายเชื้อเพลิงที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง
OR เชื่อมั่นว่าการพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการเติบโตอย่างยั่งยืน

