GFPT:คาดกำไรไตรมาส 4/58 แข็งแกร่งแนวโน้มปีนี้ไปได้ดีแนะนำซื้อเป้า 13 บาท

GFPT คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/58 เท่ากับ 416 ล้านบาท (+13%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +27%เทียบไตรมาสก่อนหน้า)แนะนำซื้อ โดยให้ราคาพื้นฐาน 13 บาท อิงกับ P/E ปี 59 ที่ 13 เท่า


บล.ดีบีเอสฯ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(2 ก.พ.) ว่า บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/58 เท่ากับ 416 ล้านบาท (+13%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +27%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) โดยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง) ต่ำลง ยังผลให้อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้เพิ่มเป็น 14.8% จาก 13.6% ในไตรมาส 4/57 และ 11.7% ในไตรมาส 3/58 แต่ในด้านยอดขายอ่อนลง (-7%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ -1%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) ซึ่งการลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากราคาขายเฉลี่ยที่ต่ำลง (แต่ราคาขายเฉลี่ยในประเทศช่วง ไตรมาส 4/58 ทรงตัว เทียบไตรมาสก่อนหน้า ที่ประมาณ 36 บาท/กก.) 

อุตสาหกรรมอยู่ในช่วงปรับสมดุลอุปสงค์ & อุปทาน คาดราคาไก่ในประเทศจะขยับเป็น 40+/- บาท/กก.ได้ในไตรมาส 3/59  ภาวะอุปทานสูงยังคงมีอยู่ในช่วงครึ่งแรกปี 59 เพราะในช่วงที่เกิดปัญหาไข้หวัดนกระบาดในสหรัฐและยุโรป กรมปศุสัตว์ห้ามนำเข้าปู่ย่าพันธุ์จากประเทศที่เกิดโรคระบาด ผู้ประกอบการกังวลว่าอาจเกิดภาวะอุปทานตึงตัว จึงได้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์จากประเทศที่ไม่มีการแพร่ระบาดเข้ามารวมทั้งปลดระวางปู่ย่าพันธุ์ช้าลงด้วย อุปทานจึงมีมากเกินคาด ราคาไก่จึงอ่อนตัวลงในช่วงเดือน 10-11 ของปี 58 แล้วค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นในปลายปีก่อนถึงต้นปี 59 คาดราคาไก่ในประเทศจะกลับขึ้นไประดับ 37-38 บาท/กก.ได้ภายในกลางปี 59 แล้วค่อยขยับเป็น 40+/- บาท/กก.ในไตรมาส 3/59 เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการพยายามปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานกันอยู่

การขยายกำลังการผลิตส่วนของฟาร์มทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากอุปสงค์ปกติเติบโตไม่มากและไม่มีปัจจัยกระตุ้นให้ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตามแผนจะขยายกำลังการผลิตฟาร์มจาก 2.4 แสนตัว/วันในปี 57 เป็น 2.7 แสนตัว/วันในปี 59 และเป็น 3.9 แสนตัว/วันในปี 2561

ประเมินกำไรก่อนภาษี (EBT) ปี 59 เติบโต 13% โดยคาดการณ์อย่างอนุรักษ์นิยมว่ายอดขายปี 59 จะเติบโตราว 5% เป็น 17.2 พันล้านบาท โดยมาจากปริมาณส่งออกไก่แปรรูป ไก่สดแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ไก่ในประเทศ และราคาขายเฉลี่ยของทั้งปี 59 ที่ขยับขึ้น ขณะที่ยอดขายปี 58 หดตัว (-8%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 16.3 พันล้านบาท) ด้านอัตรากำไรขั้นต้นปี 59 ขยับขึ้นเป็น 12.65% จาก 12.3% ในปี 58 ด้านส่วนแบ่งกำไรจาก GFN และ McKey เพิ่มขึ้น 20% เป็น 211 ล้านบาท เนื่องจาก GFN มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นและราคาขายที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 59

แนะนำซื้อ โดยให้ราคาพื้นฐาน 13 บาท อิงกับ P/E ปี 59 ที่ 13 เท่า โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 58-59 ไว้เท่ากับ 1.16 พันล้านบาท (-35%) และ 1.26 พันล้านบาท (+8% โดยรวมผลจากอัตราภาษีจ่ายเพิ่มเป็น 5% ในปี 59 จากระดับ 0% ในปี 58) คาดการณ์ Dividend Yield ปี 58-59 เท่ากับ 2.5% และ 2.7% ตามลำดับ (ใช้สมมติฐาน Payout ratio ที่ 30%) ปัจจัยที่เป็น Upside Risk คือ เกาหลีใต้ยกเลิกการห้ามนำเข้าไก่สดแช่แข็งจากไทย ซึ่งน่าจะทราบผลภายในครึ่งแรกปี 59 นี้

Back to top button