
โบรกแนะซื้อ STECON เป้า 11.20 บ. ลุ้น Q4 พลิกกำไร 282 ล้านบาท รับโซลาร์-ดาต้าเซนเตอร์หนุน
STECON คาดการณ์ไตรมาส 4/2568 พลิกมีกำไรสุทธิ 282 ล้านบาท รับแรงหนุนรายได้เร่งตัวจากโครงการโซลาร์เซลล์และ Data Center หนุนทั้งปีแตะ 1,291 ล้านบาท พร้อมปรับประมาณการปี 2569 เพิ่ม คงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi คาดว่า บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 282 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2,247 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการตั้งสำรองหลายรายการ และเพิ่มขึ้น 72% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังรายได้เพิ่มขึ้นตามการเร่งส่งมอบโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์
ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดรายได้อยู่ที่ 10,416 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกับปีก่อน, เพิ่มขี้น 38% จากไตรมาสก่อนหน้า) เพิ่มขึ้นจากการเร่งก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ที่มีมูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท และโครงการ Data Center ที่ในไตรมาส 3/2568 มีการชะลอการก่อสร้างไปก่อน กลับมาก่อสร้างตามปกติแล้ว
ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.2% ทรงตัวจากไตรมาส 3/2568 แต่พลิกจากขาดทุนขั้นต้น 13% ในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากปีก่อนมีการบันทึกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบึงหนองบอน และค่าใช้จ่ายงานรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารคาดอยู่ที่ 312 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 82% จากช่วงเดียวกับปีก่อน, เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า)
รวมแล้วฝ่ายนักวิเคราะห์คาดว่า STECON จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 434 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1,173 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 และเพิ่มขึ้น 54% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมคาดอยู่ที่ 32 ล้านบาท (ลดลง 76% จากช่วงเดียวกับปีก่อน, เพิ่มขึ้น 227% จากไตรมาสก่อนหน้า) ลดลงเนื่องจากไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากสายสีเหลืองและสีชมพูที่หยุดไปตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 แต่เพิ่มขึ้นหลังจากมีการร่วมทุนกับ Noble ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างคอนโดมิเนียม
ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์ไม่รวมรายการพิเศษอย่างการกลับรายการตั้งสำรองโครงการ CFP ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ที่ล่าสุดมีข้อตกลงแล้ว และทำให้ STECON สามารถทยอยรับรู้เข้ามาในงบการเงินได้
หากกำไรออกมาตามคาด จะทำให้กำไรทั้งปี 2568 อยู่ที่ 1,291 ล้านบาท สูงกว่าที่ฝ่ายนักวิเคราะห์คาดไว้เดิมที่ 1,061 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติที่ระดับ 941 ล้านบาท
ฝ่ายนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นจากเดิม 5% จากฐาน Backlog ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการเดินหน้าโครงการสนามบินอู่ตะเภา ส่งผลให้ปรับรายได้ขึ้นจากเดิม 6% มาอยู่ที่ 34,505 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกับปีก่อน) และคาดกำไรสุทธิใหม่ที่ 1,262 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกับปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษในปี 2568)
คำแนะนำการลงทุน จากแนวโน้มผลประกอบการที่คาดว่าจะออกมาดี ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ในรูปแบบการเก็งกำไรเช่นเดิม และประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 11.20 บาท (13.5 เท่า PER ปี 2569E)

