
“ฟิลลิป” แนะซื้อ AMATA เป้า 22.25 บาท ลุ้นปิดดีลขายที่ดินกลุ่ม “ดาต้าเซ็นเตอร์” 1 พันไร่
บล.ฟิลลิปมองบวก AMATA รับแรงหนุนดีมานด์กลุ่ม Data Center ต่อเนื่อง หลังไตรมาส 4 ปี 2568 ปิดดีลขายที่ดิน 2 รายใหญ่ พร้อมเดินหน้าเจรจาเพิ่มอีกกว่า 1,000 ไร่ หนุนเป้ายอดขายปี 2569 พุ่งแตะ 2,800 ไร่ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22.25 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ยังคงเห็นสัญญาณบวกจากความต้องการลงทุนของกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง หลังในช่วงไตรมาส 4/2568 บริษัทสามารถลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินกับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ 2 ราย ได้แก่ NTT Global Data Centers (Thailand) Ltd. ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และ Digital Decarbonization Solutions Platform (DDPS) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง
ทั้งนี้ บริษัทยังเปิดเผยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center อีกหลายราย คิดเป็นพื้นที่รวมมากกว่า 1,000 ไร่ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการลงทุนที่ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องและหลากหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดในระยะข้างหน้า
สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ บริษัทระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบต่อมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่จะทยอยรับรู้เป็นยอดโอนในปีนี้ แม้ในด้านยอดขายจะมีลูกค้าบางส่วนชะลอการตัดสินใจจากความกังวลต่อปัจจัยภายนอก แต่โดยรวมยังเชื่อว่าสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 2,800 ไร่ เพิ่มขึ้น 127% จากปีก่อน หรือเติบโตมากกว่าสองเท่าตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากลูกค้าหลายรายที่ไม่สามารถลงนามสัญญาได้ทันในช่วงปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่ม Data Center ที่ยังมีความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ใน สปป.ลาว เข้ามาเสริมการเติบโตเพิ่มเติม
เป้าหมายยอดขายดังกล่าวแบ่งเป็นประเทศไทย 1,650 ไร่ เวียดนาม 550 ไร่ และ สปป.ลาว 600 ไร่ ขณะที่เป้ายอดโอนในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ราว 50% ของมูลค่า Backlog ปัจจุบันที่อยู่ระดับ 21,131 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญหนุนให้ยอดโอนในปีนี้เติบโตจากปีก่อน
ด้านมุมมองการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่า ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายที่ระดับ Price to Book Value (P/BV) เพียง 0.89 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าระดับ 1 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3-5 ปีที่ราว 1.2 เท่า ขณะเดียวกัน ราคาขายที่ดินเฉลี่ยต่อไร่ในช่วงไตรมาส 4/2568 ปรับตัวสูงขึ้น จึงมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เพิ่มขึ้น 5.6% มาอยู่ที่ 3,318 ล้านบาท หรือเติบโต 5.4% จากปีก่อน
พร้อมกันนี้ บล.ฟิลลิป ปรับสมมติฐานอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ขึ้นเป็น 7.5 เท่า และบวกปัจจัยด้าน ESG อีก 2.8% โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ส่งผลให้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 22.25 บาทต่อหุ้น

