OR โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 15 บ. ลุ้นกำไร Q1 ฟื้นตัว รับแรงหนุน “คาเฟ่ อเมซอน” โตต่อ

บล.เอเอสแอล มอง OR กำไรไตรมาส 1/69 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า หนุนจากธุรกิจ Lifestyle โดยเฉพาะคาเฟ่อเมซอน โตต่อเนื่อง ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15 บาท


บริษัท หลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ประเมิน แนวโน้มไตรมาส 1/2569 ของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR คาดว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีธุรกิจ Lifestyle เป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยรักษาเสถียรภาพการเติบโต โดยเฉพาะ Café Amazon ที่ยังขยายตัวต่อเนื่องจากการเพิ่มจำนวนสาขาและความต้องการในตลาดกาแฟ

ขณะที่ธุรกิจ Mobility เผชิญความท้าทายในช่วงปลายไตรมาสจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ปริมาณการขายน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เร่งเติมน้ำมัน แต่ค่าการตลาดยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงธุรกิจน้ำมันอากาศยานที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง ทั้งนี้ บริษัทไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติม ขณะที่ผลประกอบการเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ชะลอตัวจากรายได้ในประเทศกัมพูชา โดย OR อยู่ระหว่างพิจารณาปรับลดสัดส่วนพอร์ตธุรกิจในประเทศดังกล่าว

สำหรับปี 2569 ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากปีก่อน โดยเป็นการเติบโตในลักษณะรักษาฐานกำไรให้มีความแข็งแกร่ง ขณะที่รายได้รวมคาดอยู่ที่ 675,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน โดยรายได้หลักยังมาจากธุรกิจ Mobility ที่ขยายตัวตามแผนการเพิ่มจำนวนสถานีบริการและการสร้าง Ecosystem ครบวงจร แม้จะยังเผชิญความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

ด้านธุรกิจน้ำมันอากาศยานมีแนวโน้มรายได้ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่ธุรกิจ Lifestyle ได้รับแรงหนุนจากฐานสมาชิก Blue Card โดยเฉพาะ Café Amazon ที่คาดว่ายอดขายจะเติบโต 6.5% หรือประมาณ 457 ล้านแก้ว

ส่วนธุรกิจ Global มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการสร้างแหล่งรายได้ใหม่เข้ามาทดแทนรายได้จากประเทศกัมพูชา ส่งผลให้ EBITDA margin ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% จาก 3.1% ในปี 2568 จากการบริหารต้นทุนและเสถียรภาพการทำกำไรที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Mobility ยังคงได้รับแรงกดดันจากค่าการตลาดที่ผันผวนตามราคาน้ำมันในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คาดอยู่ที่ระดับ 3.6% ใกล้เคียงกับปีก่อน แม้จำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้นและได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 15.00 บาท

Back to top button