
“กัณฑรา” เปิดกลยุทธ์ปี 69 แนะลงทุน “หุ้นปันผลสูง-พื้นฐานแกร่ง”
“กัณฑรา” ชี้ตลาดหุ้นไทยโค้งท้ายปี 68 ซบเซา แนะจับตาเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ลุ้น Election Rally เป็นจังหวะลงทุนหุ้นปันผลสูงและพื้นฐานแข็งแกร่ง พร้อมโฟกัส Domestic Consumption–ท่องเที่ยวหลังตั้งรัฐบาลชัดเจน
นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) ว่า ภาพรวมบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วง 3 วันทำการสุดท้ายของปี 2568 มีแนวโน้มซึมตัวต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า สะท้อนจากปริมาณการซื้อขายที่เบาบางอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักจากการที่นักลงทุนเลือกชะลอการเปิดสถานะซื้อหุ้นใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่และช่วงวันหยุดของหลายตลาดในต่างประเทศ
โดยวอลุ่มการซื้อขายที่ลดลงครั้งนี้เป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งสะท้อนความไม่มั่นใจของนักลงทุน และส่งผลให้ค่าการประเมินมูลค่าหุ้นในภาพรวมของตลาด (Market Valuation) โดยเฉพาะค่าอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของตลาดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังได้รับแรงกดดันจากการสลับเม็ดเงินของกองทุนภายในประเทศ ที่มีการปรับพอร์ตออกจากหุ้นเพื่อไปถือครองสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ (Fixed Income) ซึ่งให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและความเสี่ยงต่ำกว่า รวมถึงยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในบางโครงการลงทุน ส่งผลให้เม็ดเงินที่หมุนเวียนในตลาดหุ้นไม่ใช่เงินใหม่ที่เพิ่มเข้ามา แต่เป็นการหมุนสับเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ภายในระบบเดิม
ในมุมมองรายอุตสาหกรรม หุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และหุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาทองแดงที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิของบริษัทในอุตสาหกรรมดังกล่าว และกดดันให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวอ่อนแอกว่าดัชนีโดยรวม แม้สถิติเชิงทฤษฎีจะระบุว่า ช่วงที่วอลุ่มการซื้อขายบางเบามักทำให้ดัชนีมีโอกาสดีดตัวได้ง่าย แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากแรงซื้อรองรับ (Supporting Demand) ในตลาดแทบไม่มีเข้ามาเพิ่มเติม
สำหรับปัจจัยในปี 2569 FSS มองว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และของคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (MPC) จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาด รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งบริษัทประเมินว่า ช่วง 2–3 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง อาจเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถเข้าช้อนหุ้นเพื่อรับแรงหนุนจากปรากฏการณ์ Election Rally ในกรอบราว 2–4% โดยเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและหุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง เช่น หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และหุ้นปันผลที่มีเสถียรภาพของกระแสเงินสด
อย่างไรก็ตาม FSS แนะนำให้ใช้กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นแบบคัดเลือกซื้อเฉพาะรายตัว (Selective Buy) โดยยังไม่เร่งปรับน้ำหนักการลงทุนตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 แต่ควรรอดูทิศทางลมของตลาดและความชัดเจนของการเมืองก่อน จากนั้นจึงพิจารณาปรับพอร์ตเข้าสู่ธีมการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Consumption) และกลุ่มการท่องเที่ยวที่อาจฟื้นตัวได้ดีในระยะถัดไป หลังความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลปรากฏ
