ก.ล.ต. กล่าวโทษ 18 ราย ฐานทุจริตปั่นหุ้น OTO ส่งต่อ DSI-ปปง. เอาผิดทางอาญา

ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำความผิด 18 ราย ส่งเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ฐานสร้างราคาและปริมาณซื้อขายหุ้น OTO (ปัจจุบันคือ PEER) พร้อมรายงาน ปปง. พร้อมทั้งรายงานการดำเนินการต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามเอาผิดฐานฟอกเงิน


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2565 – 2566 และดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม พบพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า กลุ่มบุคคลรวม 18 ราย ได้แก่ (1) นายสิทธิชัย พรทรัพย์อนันต์ (2) นายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ (3) นางสาวรฐา วีระพงษ์ (4) นายภาคภูมิ เติมเสรีกุล (5) นายบุญเอื้อ จิตรถนอม (6) นางสาวกิตติยา อุทกโยธะ (7) บริษัท เน็กซ์ ทู แคปปิตอล จำกัด (ปัจจุบัน คือ บริษัท เวลท์ พลัส โฮลดิ้ง จำกัด)

(8) นายภิญโญ รุขพันธ์เมธี (9) นายอมรเทพ วัชรพฤกษาดี (10) นายอาดาม อินสว่าง (11) นายปฏิพล ประวังสุข (12) นายชยานนท์ เชาวกิจเจริญ (13) นายสถาพร โพธิ์ทอง (14) นายสุวิทย์ ชีวะธรรม (15) นายบุญเลิศ เอี้ยวพรชัย (16) นางสาวณัฐกมล น้ำแก่ง (17) นายพงศ์ภัทร ชีวะธรรม และ (18) นายชัยวัฒน์ พิทักษ์รักธรรม ซึ่งมีความสัมพันธ์ด้านส่วนตัว ทางเงิน และด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ ได้ร่วมกันหรือสนับสนุนกันในการสร้างราคา หรือปริมาณการซื้อขายหุ้น OTO ในระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 – 3 พฤษภาคม 2566 (รวม 438 วันทำการ)

โดยมีพฤติกรรม เช่น ส่งคำสั่งซื้อในลักษณะผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น การเคาะซื้อด้วยหุ้นปริมาณน้อยเพื่อกระตุ้นตลาด ครองคำเสนอซื้อ (bid) เพื่อขัดขวางการซื้อของผู้ลงทุนอื่น ทำให้ผู้ลงทุนอื่นต้องส่งเคาะซื้อในราคาที่สูงขึ้น รวมถึงมีการส่งคำสั่งจับคู่ซื้อขายระหว่างกัน ด้วยปริมาณ ราคา และช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และควบคุมราคาปิดด้วยการส่งคำสั่งซื้อหรือขายในช่วงก่อนตลาดปิดทำการซื้อขาย (Pre – close) ที่ส่งผลกระทบต่อราคาที่คาดว่าจะปิด (Projected price) ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นต้น

การกระทำดังกล่าว ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น OTO และทำให้ราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น OTO ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด

โดยการกระทำของกลุ่มผู้กระทำผิดทั้ง 18 รายข้างต้น เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบ
บทสันนิษฐานมาตรา 244/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือมาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบบทสันนิษฐานของมาตรา 244/5 ประกอบมาตรา 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ (แล้วแต่กรณี) ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษผู้กระทำผิดทั้ง 18 ราย ต่อ DSI เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้แจ้งการดำเนินการตามข้างต้นต่อ ปปง. เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป เนื่องจากความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว

Back to top button