SPRC วิ่ง 4% รับอานิสงส์ “จีน” สั่งห้ามส่งออกน้ำมัน หนุนค่าการกลั่นพุ่ง

SPRC บวก 4% ลุ้นค่าการกลั่นพุ่งหลังจีนเบรกส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ทำซัพพลายในตลาดเอเชียหดตัวทันที ท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง ล่าสุดค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ พุ่งแตะ 22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โบรกมอง TOP-BCP-SPRC รับบวกเต็มสูบ ดันกำไร Q1/69 แรงไม่หยุด ต่อเนื่องถึงไตรมาส 2/69


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ณ เวลา 10:41 น. อยู่ที่ระดับ 7.40 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 3.50% สูงสุดที่ระดับ 7.60 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 7.15 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 221.28 ล้านบาท

นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุว่า ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปรายใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย โดยมีการส่งออกไปยังตลาดสำคัญอย่างสิงคโปร์ เมื่อมีมาตรการจำกัด หรือสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปจากจีน จะส่งผลให้ปริมาณอุปทานในตลาดลดลง ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะสิงคโปร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียด้วย

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ค่าการกลั่น (GRM) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงไม่คลี่คลาย ปัจจัยนี้จึงถือเป็นแรงสนับสนุนเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน

ทั้งนี้ หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC

โดยคาดว่าบริษัทในกลุ่มดังกล่าวจะมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปยังไตรมาสที่ 2 ปี 2569 จากปัจจัยหนุนด้านค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง

สำหรับค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ (Singapore GRM) ล่าสุดประมาณวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยค่าการกลั่น Singapore Complex Refining Margin ล่าสุดพุ่งขึ้นใกล้ประมาณ 22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งใกล้ระดับสูงที่สุดในเอเชียนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565

แนวโน้มค่าการกลั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง จากปัญหาซัพพลายน้ำมันตึงตัว และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ค่าการกลั่นในเอเชียและตลาดสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของ ความสามารถในการทำกำไรของโรงกลั่นในภูมิภาค รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันของประเทศไทยด้วย

จากความคิดเห็นนักวิเคราะห์ในช่วงต้นปี 2569 ราคาเป้าหมาย TOP มีแนวโน้มอยู่ในช่วง 42-54 บาท โดยค่าเฉลี่ยประมาณการอยู่ที่ประมาณ 44-53 บาท โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หรือ “TRADING” โดยได้มุมมองเชิงบวกจากผลตอบแทนของโครงการ Clean Fuel Project (CFP) และค่าการกลั่นที่เริ่มฟื้นตัว

ขณะที่ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของหุ้น BCP อยู่ที่ประมาณ 41-42 บาท โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากปัจจัยบวกเรื่องการซื้อหุ้นคืน แผนการเติบโตระยะยาว และค่าการกลั่นที่คาดว่าจะฟื้นตัว โดยมีการประเมินสูงสุดที่ 54 บาท

ส่วนราคาเป้าหมายหุ้น SPRC ช่วงต้นปี 2569 มีการปรับประมาณการเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มค่าการกลั่นฟื้นตัว และผลประกอบการที่ดีกว่าคาด โดยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้เป้าหมายเฉลี่ยอยู่ในช่วง 7.20-9.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งมุมมองเป็นบวกจากกำไรที่ฟื้นตัว แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 1/2569

Back to top button