FORTH เด้งแรง 11% ขานรับกำไร Q1 โตกระฉูด 177% แตะ 168 ล้านบาท

FORTH เด้งแรง 11% รับข่าวกำไรไตรมาส 1/69 แตะ 167.84 ล้านบาท โต 176.51% จากช่วงปีก่อน เป็ยผลจากรายได้รวม 2,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% หนุนโดยธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์และอีเอ็มเอสที่เติบโตเด่น ทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สมาร์ท เซอร์วิสยังคงขยายตัวอย่างมั่นคง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH ณ เวลา 10:29 น. อยู่ที่ระดับ 12.90 บาท บวก 1.30 บาท หรือ 11.21% สูงสุดที่ระดับ 12.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 11.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 99.92 ล้านบาท

บริษัทฯรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 167.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176.51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 60.70 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มบริษัทมีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 2,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 310 ล้านบาท หรือ14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,292 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ และธุรกิจอีเอ็มเอส

ธุรกิจอีเอ็มเอส มีรายได้สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 801 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127 ล้านบาท หรือ 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 674 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อของลูกค้าในงานรับจ้างผลิตและประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์สื่อสาร

ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ มีรายได้สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 733 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209 ล้านบาท หรือ 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 524 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากงานติดตั้งระบบโครงข่ายสื่อสารด้วยอุปกรณ์ทวนสัญญาณผ่านคลื่นความถี่สูง (SHF) งานติดตั้งวิทยุสื่อสารระบบดิจิทัลแบบบูรณาการ และงานขาย Smart Meter เป็นต้น

ธุรกิจอีเอ็มเอส มีกำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 178% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 65 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 23% โดยมีสาเหตุหลักจากการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่

ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส มีกำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท หรือ 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 319 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 31% เป็น 34% โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสาระสำคัญของกำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้น

Back to top button