
“หุ้นแบงก์” วิ่งคึก! โบรกชี้เข้าโหมดโตรอบใหม่ รับรายได้ Wealth Management หนุนกำไร
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นแรง หลังโบรกฯ ชี้เข้าสู่การเติบโตครั้งใหม่จากรายได้จากธุรกิจ Wealth Management ที่ขยายตัวแซงหน้ารายได้ค่าธรรมเนียม พร้อมรับอานิสงส์จากการลงทุน Data Center ดันมูลค่าหุ้นขยับขึ้น ชู KTB ผู้นำกลุ่มที่ปรับตัวได้รวดเร็ว ตามด้วย KBANK, SCB และ BBL ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ก.ค.69) ณ เวลา 10:23 น. ราคาหุ้น บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB อยู่ที่ระดับ 151.00 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 2.37% สูงสุดที่ระดับ 151.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 147.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.20 พันล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK อยู่ที่ระดับ 227.00 บาท บวก 9 บาท หรือ 4.13% สูงสุดที่ระดับ 229.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 221.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.57 พันล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL อยู่ที่ระดับ 186 บาท บวก 6 บาท หรือ 3.33% สูงุสดที่ระดับ 187.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 181.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.68 พันล้านบาท
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB อยู่ที่ระดับ 39.25 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 3.29% สูงสุดที่ระดับ 39.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 38.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.55 พันล้านบาท
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP อยู่ที่ระดับ 100 บาท บวก 1 บาท หรือ 1.01% สูงสุดที่ระดับ 100.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 98.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 562.49 ล้านบาท
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB อยู่ที่ระดับ 2.54 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 3.25% สูงสุดที่ระดับ 2.54 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.46 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 313.42 ล้านบาท
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT อยู่ที่ระดับ 22.30 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 1.36% สูงสุดที่ระดับ 22.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 22.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.31 ล้านบาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ว่า ภาพรวมการลงทุนระยะสั้น หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีความโดดเด่นอย่างมาก โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือโครงสร้างรายได้ที่มาจากงานบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และค่าธรรมเนียมการจัดการ ซึ่งปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่ารายได้จากการทำธุรกรรม (Transaction Fee) ในช่วงปี 2558-2560 ไปแล้ว ทำให้ภาพรวมของกลุ่มธนาคารในขณะนี้มีฐานรายได้ใหม่ที่แข็งแกร่งเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างเต็มที่
ในส่วนของทิศทางสินเชื่อ เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ทั้งในกลุ่มบัตรเครดิตและสินเชื่อภาคธุรกิจ (Corporate Loan) ซึ่งจะสอดรับกับเม็ดเงินลงทุนทั้งจากภายในและภายนอกประเทศที่กำลังจะไหลเข้ามา โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขยายตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่มีสินเชื่อเติบโตถึง 3% ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีกว่าที่ทาง KSS ประเมินไว้ที่ระดับ 1% ถึง 3 เท่าตัว
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าทางบัญชี (Price per Book Value: P/BV) ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยเตรียมปรับฐานขึ้น โดยในอดีตช่วงปี 2558-2559 หุ้นกลุ่มธนาคารเคยซื้อขายกันอยู่ในระดับ P/BV ที่ 1.5 – 2.2 เท่า เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียม แต่ปัจจุบันมูลค่าหุ้นซื้อขายกันอยู่ที่ระดับประมาณ 1 เท่า ซึ่ง KSS มองว่าด้วยโครงสร้างรายได้ใหม่ที่กำลังเร่งตัวขึ้น P/BV ควรจะขยับขึ้นไปยืนที่ระดับอย่างน้อย 1.2 เท่า นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบกับธนาคารในสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน และมีการลงทุนด้าน Data Center รวมถึง Cloud Region นำหน้าไปก่อน จะพบว่าธนาคารในสิงคโปร์ซื้อขายอยู่ที่ P/BV ระดับสูงถึง 2 เท่า
สำหรับภาพในระยะถัดไป หากประเทศไทยมีการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและ Data Center มากขึ้น จะเป็นโอกาสสำคัญให้กลุ่มธนาคารสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ร่วมกับระบบ Fintech ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็วและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับหุ้นสถาบันการเงินในประเทศที่โดดเด่นและมีโอกาสเร่งตัวของ P/BV ได้เร็วกว่าคู่แข่ง คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูง คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง และสามารถปรับองค์กร (Transform) ได้อย่างรวดเร็ว จนปัจจุบัน P/BV ทะลุระดับ 1 เท่าไปแล้ว ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ อย่าง KBANK, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ล้วนอยู่ในจุดที่มีความน่าสนใจและมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามมาเช่นเดียวกัน
