สงครามธุรกิจค้าส่ง 2 เจ้าสัว.!?

“เจ้าสัวจิราธิวัฒน์” ในนาม CRC ยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกของไทย การันตีจากตัวเลขปี 2565 มีรายได้ 236,245,000 ลบ. และกำไรสุทธิ 7,605,000 ลบ.


พลันที่ “เจ้าสัวจิราธิวัฒน์” ในนามบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกของไทย การันตีจากตัวเลขปี 2565 มีรายได้ 236,245,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7,605,000 ล้านบาทมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) กว่า 278,934,000 ล้านบาท

ประกาศเดินหน้ารุกเข้าสู่สนามธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ชื่อ GO Wholesale ด้วยงบลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท.!!

นั่นจึงทำให้ “เจ้าสัวซีพี” ในนามบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ยักษ์ใหญ่สุดธุรกิจค้าส่งของไทย ในฐานะเจ้าตลาดเดิม มีอันต้องเปิดเกมสู้อย่างแบบทันควัน ด้วยการเปิดตัว Hybrid Wholesale สาขาแรกพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 5 ต.ค.นี้

โดยโมเดล Hybrid Wholesale ดังกล่าว ถูกส่งเข้ามาเป็นการเชื่อมโยงระหว่างจุดเด่นของธุรกิจค้าส่ง (แม็คโคร) และค้าปลีก (โลตัส) ซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การดูแลของ CPAXT มารวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนขนาดกลางและขนาดเล็กมากขึ้น

จุดที่น่าสนใจ คือ การเปิดสาขารูปแบบใหม่ครั้งนี้ อยู่ที่ CPAXT เลือกทำเลการเปิดสาขาแรก บนพื้นที่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ที่ถือเป็นอาณาบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกันกับการเปิดตัวสาขาแรกของ GO Wholesale ค้าส่งฟู้ด เซอร์วิส ของกลุ่ม CRC ที่มีแผนเปิดตัวสาขาแรกอย่างเป็นทางการ วันที่ 26 ต.ค.นี้ ที่ถนนศรีนครินทร์ บริเวณด้านหน้าสโตร์ในกลุ่มเซ็นทรัล นั่นคือไทวัสดุ×BnB Home สาขาสมุทรปราการ (ศรีนครินทร์-วงแหวนกาญจนาฯ) 

เรียกว่างานนี้ “เจ้าสัวซีพี” รับน้องใหม่ “เจ้าสัวจิราธิวัฒน์” และตีกันทางการตลาดอย่างทันควันเลยทีเดียว

ด้วยความที่เป็นการเปิด Hybrid Wholesale บนพื้นที่ใกล้เคียงกับ Hybrid Wholesale สาขาที่จะเปิดนี้ เป็นการนำสาขาที่มีอยู่เดิมของโลตัส เข้ามาปรับปรุงใหม่ เพื่อให้ออกมารูปแบบที่ CPAXT วางไว้นั่นเอง..!!

“ธนิศร์ เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจค้าส่ง CPAXT ระบุว่า แนวทางบริหารงาน Hybrid Wholesale เป็นการนำจุดแข็งของแม็คโคร ด้านสินค้าคุณภาพจากทั่วทุกภาคของไทย รวมถึงคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งผลิตชั้นนำทั่วทุกมุมโลก ภายใต้ “ราคาค้าส่ง” ที่ดีที่สุด

ที่สำคัญมีความเข้าใจผู้ประกอบการและพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 34 ปี รวมถึงการมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ คุ้มค่าทุกการใช้จ่ายเฉพาะลูกค้าสมาชิก (Makro PRO Point Loyalty Program) 

อีกจุดเด่นสำคัญที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ คือ การเชื่อมโยงทุกช่องทางการให้บริการลูกค้าไม่ว่าจะผ่านทีมงานขายมืออาชีพ การสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Makro PRO) และการซื้อที่สาขา เพื่อประสบการณ์การซื้อแบบไร้รอยต่อ (Omni-Channel) ทำให้ลูกค้าเข้าถึงแม็คโครสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

กลยุทธ์การรับมือแบบเชิงรุกคู่แข่งของ CPAXT ครั้งนี้ เป็นอีกการปรับรูปแบบโมเดลสาขาครั้งใหม่ของกลุ่มเจ้าสัวซีพีเลยก็ว่าได้..!??

เพราะก่อนหน้านี้ “แม็คโคร” และ “โลตัส” ต่างแยกกันทำตลาดออกมาอย่างชัดเจน..

ด้วยความที่ว่าทั้งคู่มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันนั่นเอง

โดยฝั่ง “แม็คโคร” ทำตลาดกับกลุ่มผู้ประกอบการ B2B แต่ในทางกลับกัน “โลตัส” มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนคือกลุ่ม B2C ที่ถือว่ามีพฤติกรรมการซื้อสินค้าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

กล่าวคือ..ลูกค้าแม็คโครที่เป็นผู้ประกอบการ B2B ทั้งโชห่วยและกลุ่ม HoReCa จะมีลักษณะการเข้ามาซื้อสินค้าและนำกลับไปประกอบธุรกิจของตัวเอง

ส่วนกลุ่มลูกค้าโลตัส จะมีการปรับรูปแบบไลฟ์สไตล์แค่การมาซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว

จึงต้องมาดูกันว่า เมื่อ “เจ้าสัวจิราธิวัฒน์” โดนรับน้องแบบนี้ จะแก้เกมกลับหรือปรับกลยุทธ์ เพื่อต่อกรเจ้าถิ่นอย่าง “เจ้าสัวซีพี” อย่างไร.!?

เพราะการข้าม “พรมแดนธุรกิจค้าส่ง” ครั้งนี้ “เจ้าสัวซีพี” ยอมไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง.!!

Back to top button