ALPHAX ‘ธีร’…ถอยดีกว่า.!

ถอยดีกว่า...ไม่เอาดีกว่า..!! น่าจะสอดคล้องกับปรากฏการณ์ถอยจากบริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALPHAX ของ “ธีร ชุติวราภรณ์” นะเนี่ย


ถอยดีกว่า…ไม่เอาดีกว่า..!! น่าจะสอดคล้องกับปรากฏการณ์ถอยจากบริษัท อัลฟ่า ดิวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALPHAX ของ “ธีร ชุติวราภรณ์” นะเนี่ย ซึ่งล่าสุดรายงานการขายหุ้นออกมาเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 จำนวน 500 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.3807% ที่ราคาหุ้นละ 0.35 บาท รวมมูลค่า 175 ล้านบาท… 

ส่งผลให้เหลือถือหุ้น 372.37 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.0072% จากเดิมถือ 872.37 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9.3880% ลดสถานะจากผู้ถือหุ้นอันดับ 3 มาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 4 แทน…

ยังจำกันได้บ่ว่า “ธีร” เคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของ ALPHAX ตั้งแต่สมัยยังมีชื่อว่า บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN นั่นแหละ…หลายคนน่าจะจำวีรกรรมหุ้นตัวนี้ได้ดี…พาคนไปติดดอยมาก็เยอะ โดยเป็นการเซ้งหุ้น OCEAN ต่อจาก “ชัชชญา ไตรตระกูลชัย”  

จากนั้นก็เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น ALPHAX ในปัจจุบัน พร้อม ๆ กับการปรับโครงสร้างธุรกิจ ยกเลิกธุรกิจน้ำมันปาล์มในยุค OCEAN ไป แล้วเอาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาสวมแทน รวมถึงการควานหาธุรกิจใหม่ ๆ ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ และธุรกิจปล่อยสินเชื่อแก่รายย่อยแบบมีหลักประกัน ครั้นกระแสกัญชง-กัญชา ฟีเวอร์ ก็หันไปลงทุนธุรกิจกัญชง-กัญชา แต่สุดท้ายไปไม่รอด ปัจจุบันขายทิ้งไปแล้ว

ไม่เท่านั้นยังขยับไปลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทน (โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ) ใน สปป.ลาว ด้วยนะ…

ด้านผลประกอบการของ ALPHAX ในมือ “ธีร” บางปีก็ขาดทุน บางปีก็มีกำไรบาง ๆ เพิ่งจะเริ่มเห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำก็ในปี 2567 ที่พลิกมามีกำไรสุทธิ 331.11 ล้านบาท จากรายได้รวม 508.46 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนของปี 2568 ตุนกำไรสุทธิไว้แล้ว 242.75 ล้านบาท จากรายได้รวม 309.58 ล้านบาท…

ดังนั้นถ้าไม่สะดุดยอดหญ้าไปเสียก่อน ปิดงวดปี 2568 ก็น่าจะเห็นกำไรอยู่หนา…

ถ้าซูมเข้าไปอีกหน่อย…จะเห็นว่าเครื่องจักรที่ปั๊มรายได้และกำไรให้กับ ALPHAX ก็คือธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาวนั่นเอง โดยในไตรมาส 1/2568 รายได้จากธุรกิจพลังงานอยู่ที่ 26.88 ล้านบาท ถัดมาไตรมาส 2/2568 รายได้เพิ่มเป็น 40.22 ล้านบาท และไตรมาส 3/2568 รายได้จากธุรกิจพลังงานอยู่ที่ 110.96 ล้านบาท

นั่นเป็นเพราะการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว ของ ALPHAX ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ เพราะโรงไฟฟ้าน้ำฮุง 1 เดินเครื่องไปแล้ว เท่ากับว่าซื้อปุ๊บ…รับรู้รายได้ปั๊บ

แล้วไปดูอัตรากำไรสุทธิในปี 2567 สูงถึง 65.18% ส่วน 9 เดือนแรกปี 2568 ปาไป 78.90% เลยทีเดียว…ถือเป็นอัตรากำไรสุทธิที่สูงเวอร์วังอลังการ…

หันไปดูสถานะการเงินก็แข็งแกร่ง ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดในกระเป๋ากว่า 3,661.59 ล้านบาท แต่มีส่วนของหนี้สินระยะยาวส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 96.39 ล้านบาทเท่านั้น ที่สำคัญมีกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรรกว่า 621.91 ล้านบาท 

แหม๊…ใครจะคิดว่าจากบริษัทที่จะตายมิตายแหล่ในวันนั้น…มาวันนี้ ALPHAX กลายเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งไปแล้ว

แต่เอ๊ะ…ในขณะที่ ALPHAX เริ่มเข้าที่เข้าทาง…กำลังไปได้สวย แล้วไหง “ธีร” มาขายหุ้นทิ้งเสียละเนี่ย…บ่เข้าใจ๋ ๆ

ที่จริงเริ่มเห็นสัญญาณถอยของ “ธีร” ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 เมื่อครั้งที่ ALPHAX ประกาศเพิ่มทุนครั้งใหญ่แบบเฉพาะเจาะจง หรือ PP ให้กับ “เอกะพัน พะพิทัก” เศรษฐี สปป.ลาว เจ้าของกลุ่มศรีเมือง หรือ SMG Group บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประกอบธุรกิจใน สปป.ลาว ทั้งรับเหมาก่อสร้าง ยานยนต์ พลังงาน และธุรกิจการเงิน รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรอีก 5 ราย ที่ราคาหุ้นละ 1.13 บาท จำนวน 2,562.50 ล้านหุ้น รวมมูลค่า 2,895 ล้านบาท

ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ “ธีร” ไดรูทลงไปตามระเบียบ (พัก)…

ขณะที่เมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา “ธีร” ก็ได้ขายหุ้นไป 40 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 0.40 บาท มูลค่ารวม 16 ล้านบาท 

ทำให้สัญญาณชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า “ธีร” ไม่เอา ALPHAX แล้ว ส่วนจะขายล้างพอร์ตเมื่อไหร่..??

หนูไม่รู้จริงจริ๊งงง…

…อิ อิ อิ…

Back to top button