Yearbook 2026 ‘Riding the Wild Horse’…โอกาสที่ซ่อนอยู่ในปีม้าพยศ?

สวัสดีปีใหม่...สำหรับปี 2026 Yearbook by InnovestX ใช้ชื่อ Theme ว่า “Riding the Wild Horse โอกาสที่ซ่อนอยู่ในปีม้าพยศ?”


สวัสดีปีใหม่…สำหรับปี 2026 Yearbook by InnovestX ใช้ชื่อ Theme ว่า Riding the Wild Horse โอกาสที่ซ่อนอยู่ในปีม้าพยศ?” สื่อถึงมุมมองการลงทุนในปี 2026 ที่คาดจะยังให้ผลตอบแทนได้ แต่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะใกล้เข้าสู่ช่วงกลางปี ที่แรงส่งจากดอกเบี้ยขาลงที่เป็นปัจจัยสนับสนุนในช่วงต้นปีลดลง ความกังวลเงินเฟ้ออาจเพิ่มกลับขึ้นมา ดังนั้นการลงทุนในปี 2026 ต้องคัดสรรและกระจายตัวมากขึ้น จากความเสี่ยงการลงทุนที่เกิดจาก 1) หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่แม้แนวโน้มยังสดใส แต่ Valuation สูงขึ้นมาก อาจนำไปสู่การปรับตัวลดลง หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน 2) สงครามการค้าที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลัง จากบุคลิกของ ปธน.ทรัมป์ ที่คาดเดาได้ยาก 3) เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สูง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 4)  ความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ จีน-ญี่ปุ่น ในประเด็นไต้หวัน, ความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้ในปี 2025 ที่ผ่านมาถือว่าสินทรัพย์การลงทุนให้ผลตอบแทนดี แม้จะมีบางช่วงที่ตลาดผันผวนสูงตามคาด โดยเฉพาะหลัง ปธน.ทรัมป์ ประกาศภาษีตอบโต้ ในช่วงไตรมาส 2 ทองคำและตราสารหนี้ จึงเป็นสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทั้งยังได้แรงหนุนจากวัฏจักรการลดดอกเบี้ย ตลาดหุ้นโลกให้ผลตอบแทนดีเช่นกัน แต่ผลตอบแทนเด่นผันจากหุ้นสหรัฐฯ มายังตลาดกำลังพัฒนา (EM) หนุนจากภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่รุนแรงน้อยกว่าคาด และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า ส่วนตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนอ่อนแอสวนทางตลาดหุ้นโลก สะท้อนจากเศรษฐกิจที่โตต่ำ การเมืองในประเทศ และความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา 

อย่างไรก็ดี สำหรับการจัดสรรเงินลงทุนปี 2026 ต้องพิถีพิถันมากขึ้น เนื่องจาก Valuation ของหลายตลาดที่เริ่มตึงตัว โดยเฉพาะสหรัฐฯ ดังนั้นการกระจายความเสี่ยง คาดว่าจะช่วยลดความผันผวน และสร้างผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสม จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ตามทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังเป็นขาลง ทำให้กลุ่มหุ้นขนาดเล็กที่มี Valuation สมเหตุสมผลมีความน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนั้นการกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้น EM เช่น จีน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงอินเดียคาดจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีเช่นกัน ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่คาดว่า นอกจากจะให้ผลตอบแทนที่ดีต่อแล้ว ยังจะช่วยลดความผันผวนของการลงทุนได้อีกประการหนึ่งด้วย 

ส่วนตลาดหุ้นไทยปี 2026 ประเมินว่าจะให้ผลตอบแทนจำกัด จากแนวโน้มภายในที่ยังไม่สดใส แต่ยังมีปัจจัยหนุนจากทิศทางดอกเบี้ยที่ยังเป็นขาลง InnovestX ประเมินเป้าหมายของ SET Index ไว้ที่ 1,350-1,400 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนเด่น ได้แก่ กลุ่มมีการสัดส่วนรายได้ภายในประเทศสูงและเป็นกลุ่มเชิงรับ เช่น กลุ่มการแพทย์ กลุ่มพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร ด้าน Trend ที่น่าสนใจและโดดเด่นต่อเนื่องไปในปี 2026 ได้แก่ Data center จาก AI Supercycle ที่การลงทุนยังสูงต่อเนื่อง และเริ่มไหลมาสู่ภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยที่ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มโรงไฟฟ้า และ กลุ่มสื่อสาร เป็นต้น

ทั้งนี้ InnovestX เลือก 8 Top Picks 2026 โดยเชื่อว่าการกระจายพอร์ตลงทุนไปสู่ธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจะยังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนเหนือ SET ได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาวะตลาดผันผวนหรือ Sideways โดยแนะนำ 4 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจซึ่งต่างมีจุดแข็งเฉพาะตัวและมีโอกาสโดดเด่นในปี 2026 ดังนี้ 1) Dividend Stock : AP, KTB 2) Growth Stock : MTC, TRUE 3) Turnaround Stock : CENTEL, TU และ 4) Undervalued Stock : CPALL, OR (นักลงทุนสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Special Report : Yearbook 2026 “Riding the Wild Horse” ได้ที่ https://www.innovestx.co.th/cafeinvest)

ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team บล. InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX

Back to top button