พาราสาวะถี

สายตรงอนุรักษ์นิยมอย่างภูมิใจไทย อาศัยกองหนุนที่เตรียมการ วางแผนด้วยกลไกของขบวนการสืบทอดอำนาจ การดึงคนนอกมานั่งรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลเสียงข้างน้อย


สายตรงอนุรักษ์นิยมอย่างภูมิใจไทย อาศัยกองหนุนที่เตรียมการ วางแผนด้วยกลไกของขบวนการสืบทอดอำนาจ การดึงคนนอกมานั่งรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลเสียงข้างน้อยถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ การตอบรับจากชนชั้นอีลิท แวดวงนักธุรกิจ และภาคเอกชน ทั้งหลายแหล่ แต่ถ้าถามว่าสามารถเข้าไปนั่งในใจของประชาชนคนส่วนใหญ่ เป็นที่รู้จักในวงกว้างหรือไม่ คำตอบจากการพารัฐมนตรีเหล่านั้นไปขึ้นเวทีคือวังเวง เพราะคนที่ไม่ได้ลุยการเมืองเต็มตัวมาก่อน ความใกล้ชิดสนิทสนมมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับนักเลือกตั้งอาชีพ

จริงอยู่เป้าหมายของการใช้คนเหล่านั้นไม่ได้เพื่อที่จะมาเป็นขวัญใจคนส่วนใหญ่ แต่ ต้องการได้ภาพการยอมรับในระดับผู้มีพลังอำนาจทางสังคม ซึ่งต้องไม่ลืมว่าถ้าหวังคะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ ต้องใช้คนที่ขายในภาพกว้างได้ด้วย วันนี้หากมองในมุมพรรคสีน้ำเงินถ้าไม่ใช้กลไกจากความเป็นฝ่ายกุมอำนาจ และมีแผนเด็ดอย่างอื่น ไม่มีทางที่จะมั่นใจได้ว่าตัวเองจะสามารถเบียดแซงสองพรรคคู่แข่งเข้าป้ายได้ นั่นจึงทำให้บรรดาพรรคต่าง ๆ เฝ้าจับตามอง จะมีการใช้ทีเด็ดอะไรในช่วงท้ายของการหาเสียงหรือไม่

ภาพมันชัดว่า องค์กรที่ถือเป็นเบี้ยล่างของอนุรักษ์นิยม ผ่านกลไกที่วางไว้ของเผด็จการสืบทอดอำนาจ พร้อมที่จะหลับตาทั้งสองข้าง มองไม่เห็นสิ่งที่ฝ่ายมีเส้นจะดำเนินการ หรือรับรู้แต่ไม่จัดการใด ๆ ทั้งสิ้น มิหนำซ้ำ ยังอาจจะช่วยชี้แจง แก้ต่างแทนกันอีกต่างหาก เป็นธรรมดาของพวกอย่างหนาที่ต้องเอาใจผู้มีพระคุณ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่ปรากฏ หน้าฉากอาจดูเหมือนสองในสามพรรค 3 ก๊กจะมีความขัดแย้งกัน แต่ความจริงด้วยสมการทางการเมือง ไม่อาจที่จะห้ำหั่นกันจนเลือดสาดได้ ยังไงเสียย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องกลับมาร่วมงานกันหลังเลือกตั้ง

ธรรมดาของการเมือง ยิ่งเป็นพวกเซียนเหยียบเมฆจะท่องคาถาไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรอยู่ตลอดเวลา ถ้าจับอาการผ่านการปราศรัยของ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรมที่โจมตี เลือก อ.ได้ น. อันหมายถึง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ เนวิน ชิดชอบ กุนซือคนสำคัญนั้น คงไม่ใช่เรื่องการพูดที่สร้างสีสันในการเรียกคะแนนนิยม แต่มองได้ 2 ทางคือ พื้นที่ความหวังของพรรค ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับพรรคสีน้ำเงิน ทั้งในภาคอีสานบางจังหวัด และหลายจังหวัดในภาคใต้

มากไปกว่านั้น เหมือนมีการอ่านสัญญาณของการจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ที่พบแนวโน้มสูงว่า พรรคสีน้ำเงินจะไปจับมือกับแดง หากคะแนนเสียงมากพอ ก็จะดึงเอาพรรคขนาดเล็กเข้าร่วมเป็นด้านหลัก ส่วนพรรคขนาดกลางที่เป็นตัวเลือกจะไม่ใช่พรรคกล้าธรรม นั่นจึงทำให้มีการเปิดศึกผ่านเวทีปราศรัยเช่นนี้ ขณะที่ประเด็นว่าแล้วจะมองหน้ากันติดระหว่างการประชุม ครม.ในรัฐบาลรักษาการอย่างนั้นหรือ เรื่องแสดงละครไม่ต้องห่วงนักการเมืองเหล่านี้ หรืออีกด้านช่วงเวลาที่เหลืออีกแค่สัปดาห์เศษ รัฐมนตรีทั้งหลายไม่มีใครเข้าร่วมประชุม ใช้สิทธิในการลาไปหาเสียงกันเต็มรูปแบบแล้ว

ความสัมพันธ์ของพรรคการเมือง การจับมือกันตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของผลจากการเลือกตั้ง จึงยังแยกแยะได้ลำบากว่า ใครจะผสมพันธุ์กับใคร ที่มองภาพชัดที่สุดว่าสอดประสานเป็นเนื้อเดียวกันคือ กลุ่มต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งจะใช้เสียงของประชาชนผ่านการทำประชามติคู่กับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น วันนี้ ได้เห็นภาพของฝ่ายคัดค้านกันแล้ว ล้วนแต่เป็นขาประจำของฝ่ายอนุรักษ์นิยม หรือจะเรียกได้ว่าเป็น กลุ่มคนที่ได้รับอานิสงส์จากผลพวงของการรัฐประหาร ทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็น อดีต สว. อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่รวมตัวกันในนามนักวิชาการเพื่อสังคม มี วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป...เป็นแกนหลัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนเหล่านี้เห็นดีเห็นงามต่อการเกิดขึ้นของคณะเผด็จการ คสช.หรือไม่ สนับสนุนทุกกลไกที่ออกแบบโดยคณะบุคคลที่เผด็จการสืบทอดอำนาจได้แต่งตั้งให้ดำเนินการ จึงทำให้เกิดข้ออ้างในการเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยข้อกล่าวหาที่ใช้เล่นงานฝ่ายการเมืองมาตลอดนั่นก็คือ ถ้ามีการแก้ไขจะนำไปสู่การลดทอนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่มีอยู่

ทั้งที่ความจริงพบว่า องค์กรอิสระบางแห่งได้ขยายอำนาจของตัวเองเกินกว่าที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ แต่ด้วยความเป็นเครื่องมือที่ออกแบบโดยขบวนการเผด็จการสืบทอดอำนาจ จึงไม่มีใครที่จะไปแตะต้องได้ เมื่อยกเหตุผลดังว่ามาเป็นตัวสร้างความชอบธรรมแล้ว การเคลื่อนไหวต่อมาเพื่อที่จะปลุกกระแสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่คล้อยนาม ไปลงประชามติไม่เห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ย่อมหนีไม่พ้นการชูประเด็น หากเห็นชอบไปแล้ว จะมีการไปแก้หมวด 1 และหมวด 2 สั่นคลอนสถาบันสำคัญของชาติ

เป็นการจุดกระแสสร้างความหวาดกลัวให้กับกลุ่มคนรักสถาบัน ทั้งที่ เป้าหมายหลักของคนเหล่านี้คือปกป้องรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มก้อน พวกพ้องที่ได้การโอบอุ้มจากกฎหมายสูงสุดที่อ้างว่าปราบโกง มากไปกว่านั้นคือ การปกป้องกลไกของเผด็จการสืบทอดอำนาจเพื่อให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมยังคงมากไปด้วยพลัง บารมีที่จะต่อรองกับฝ่ายการเมืองได้ ภายใต้ความเคลื่อนไหวที่ดูเงียบเชียบในเรื่องการทำประชามตินั้น ให้รอดูสัปดาห์สุดท้ายจะมีการรณรงค์กันหนักหน่วงทั้งในรูปแบบเปิดเผย และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอ

กลไกแบบนี้ไม่ได้ใช้แค่ในยุคของเผด็จการสืบทอดอำนาจเท่านั้น เพราะนี่มันคือกลไกสำคัญของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ใช้มาโดยตลอด ผ่านเครือข่ายอำนาจรัฐโดยเฉพาะกับกองทัพที่ตอนนี้ถือว่าได้รับแรงหนุน ความไว้วางใจจากประชาชนสูง จากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เมื่อไม่ได้ถูกใช้ทำไอโอเพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมือง แต่เป็นการปกป้องรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมหวงแหน การอ้างประเด็นอ่อนไหว มันจึงเป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจสั่งการยากที่จะปฏิเสธ

อรชุน

Back to top button