
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 52 จุด จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ สู่ทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย ยังคงยืนเหนือระดับ 50,000 จุดต่อเนื่อง ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq อ่อนตัว หลังการประกาศยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนธันวาคม 2568 ทรงตัว ต่ำกว่าคาด นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์เฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยในเดือนเมษายน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (10 ก.พ.69) โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ขยับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลง หลังสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนธันวาคมทรงตัว สะท้อนแรงใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เริ่มชะลอลง โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,188.14 จุด เพิ่มขึ้น 52.27 จุด หรือ +0.10% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,941.81 จุด ลดลง 23.01 จุด หรือ –0.33% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 23,102.47 จุด ลดลง 136.20 จุด หรือ –0.59%
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดค้าปลีกเดือนธันวาคม 2568 ทรงตัวเมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% โดยการใช้จ่ายในสินค้าราคาสูง รวมถึงรถยนต์ ชะลอตัวลง สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เริ่มอ่อนแรงเมื่อเข้าสู่ปี 2569
ในรายกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้น 6 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง นำโดยกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร ลดลง 0.84% และกลุ่มการเงิน ลดลง 0.75% ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภคปรับขึ้นแข็งแกร่งที่สุดที่ 1.6% ตามด้วยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 1.4% สะท้อนแรงซื้อในหุ้นที่อ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย
สำหรับหุ้นรายตัว Alphabet ปรับตัวลง 1.8% หลังประกาศออกหุ้นกู้มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับงบลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ขณะที่ Coca-Cola ลดลง 1.5% หลังรายได้ไตรมาส 4/2568 ต่ำกว่าคาดการณ์
ในฝั่งบวก Walt Disney และ Home Depot ปรับตัวขึ้นกว่า 2% ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ ส่วน Marriott International พุ่งขึ้น 8.5% หลังคาดการณ์ค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิตจะเพิ่มขึ้น 35% จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวระดับบน ขณะที่ Spotify ทะยานขึ้น 14.7% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาสแรกสูงกว่าคาด จากจำนวนผู้ใช้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและการปรับขึ้นค่าบริการ
นักวิเคราะห์จาก Janney Montgomery Scott ระบุว่า ยอดค้าปลีกที่อ่อนตัวถือเป็น “ข่าวร้ายในข่าวดี” เนื่องจากแม้สะท้อนเศรษฐกิจชะลอลง แต่ช่วยเพิ่มความหวังว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เร็วกว่าที่ตลาดประเมิน โดยเฉพาะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ (11 ก.พ.69) โดยคาดว่า จะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.4% ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป