
หุ้นปันผลที่น่าเก็บ
ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาเป็นแบบไหน? หรือสีไหนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล? อีฉันก็ยังมองว่า หุ้นปันผลยังคงเป็นทางเลือกหลักในจังหวะที่ตลาดหุ้นเตรียมจะขึ้นต่อ
ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาเป็นแบบไหน? หรือสีไหนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล? อีฉันก็ยังมองว่า หุ้นปันผลยังคงเป็นทางเลือกหลักในจังหวะที่ตลาดหุ้นเตรียมจะขึ้นต่อ เพราะสิ่งที่ทุกคนเห็นในวันนี้คือ ความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวไม่สูงสักเท่าไหร่? อันเป็นผลมาจากความสามารถในการทำกำไรยังดีเหมือนเดิม หรือแม้กระทั่งบางปีกำไรอาจลดลงไปบ้าง แต่ระดับการจ่ายปันผลก็ยังจูงใจให้เข้าซื้อนะจ๊ะ
ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับเรื่องที่ “โมนิก้า” เม้าท์ให้ฟังเมื่อวันก่อนว่า “หุ้นไทยที่พักเงิน” ซึ่งเป็นการเปรียบให้เห็นชัด ๆ ว่า เมื่อตลาดหุ้นที่อื่น ๆ ปรับตัวขึ้นแรงกันหมด แต่ตลาดหุ้นไทยยังไม่ขึ้น ย่อมเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่นักลงทุนต่างชาติจะหวนกลับเข้ามาลงทุน หรือมองในมุมของฟองสบู่หุ้นเทคฯ ที่กำลังสร้างความหวาดหวั่นกับนักลงทุนทั่วโลก ย่อมทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันกลับมามองหุ้นพื้นฐานมากขึ้นแบบนี้..หุ้นไทยก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเจ้าค่ะ
งานนี้มองจาก “มุมไหน ด้านไหน” ก็ทำให้หุ้นไทยโดดเด่นขึ้นมาทันที และการที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,354.01 จุด บวกไป 7.78 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.74 หมื่นล้านบาท ย่อมเป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่า พร้อมไปต่อยาว ๆ ผนวกกับได้แรงหนุนรัฐบาลใหม่ (คงไม่พลิกโผ) เข้ามาเร่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ “โมนิก้า” ถึงมองว่า การมีหุ้นปันผลติดพอร์ตไว้ มันทำให้นักเล่นอุ่นใจสุด ๆ นะจะบอกให้
โดยเฉพาะในรายของ SCB ถือเป็นช็อตที่ทำให้ “โมนิก้า” สนใจมากกว่าหุ้นตัวอื่น ๆ เพราะเมื่อเหลือบดูเรื่องซื้อหุ้นคืน ยานแม่ลำนี้ก็ไม่ทำเหมือนแบงก์อื่น จึงเชื่อได้ทันทีว่า น่าจะมีการปันผลจุก ๆ และมีการประเมินคร่าว ๆ ไว้ที่ประมาณ 9 บาทต่อหุ้นแบบนี้ อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 137 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.80 พันล้านบาท โดยมียีลด์อยู่ที่ระดับ 6.50% มันน่าสนใจจริง ๆ นะตัวเอง
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้น TISCO แบบทันควัน เพราะได้ชื่อเป็นสุดยอดหุ้นปันผลที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ วันนี้จึงขึ้นอยู่กับมุมมองของนักเล่นมองหุ้นตัวนี้เป็นแบบไหน หากมองเป็นการลงทุนระยะยาว..ตัวนี้ยืนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนคนที่คิดจะเล่นสั้น ๆ จังหวะนี้คงไม่เหมาะสักเท่าไหร่ เพราะการยืนที่ระดับ 111 บาท มันเกือบเต็มแวลูที่นักวิเคราะห์ให้แล้วนะซี
คล้ายกับสถานการณ์ของอสังหาฯ ตัวท็อปเรื่องปันผลอย่าง AP ถือเป็นหุ้นที่เหมาะต่อการซื้อรับปันผลอย่างไม่มีข้อแม้ เพราะสถิติย้อนหลัง 5 ปีบอกให้รู้ว่า ยีลด์อยู่ที่ระดับ 5% เป็นส่วนใหญ่ ผนวกกับช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นร่วงลงมาหนัก และเพิ่งเริ่มฟื้นตัวมาระยะหนึ่ง ก่อนจะยืนนิ่งเป็นเดือน มันคือจังหวะทยอยสะสมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทั้งหมดต้องแลกด้วย ปี 69 บริษัทต้องประคองกำไรให้ได้ ถึงจะทำให้การยืนปิดที่ 8.90 บาท น่าซื้อนะออเจ้า
ส่วนม้านอกสายตาอย่าง NER อาจเป็นหุ้นที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงสักเท่าไหร่? แต่ในมุมของปันผลต้องยอมรับว่า การยืนปิดที่ระดับ 4.72 บาท ให้ยีลด์ที่ระดับ 7.50% ย่อมเป็นแรงดึงดูให้นักลงทุนสะสมหุ้นอย่างแน่นอน แถมบรรดานักการเมืองที่จะเข้ามาดูเรื่องเกษตรพูดไปในทางเดียวกันว่า พร้อมผลักดันยางให้เป็นสินค้าที่มีแวลูเพิ่มขึ้น ก็ประจวบเหมาะกับที่ “เฮียชู” ขยายกำลังผลิตพอดีแบบนี้..go so big..อิอิอิ
ตบท้ายกันที่หุ้นเล็กอย่าง MPJ เพื่อย้ำหัวหมุดให้นักเล่นได้รู้ว่า นี่เป็นหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนที่ระดับ 7-8% เหมือนกัน เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครพูดถึงสักเท่าไหร่? อีฉันจึงอยากเล่าให้ทุกคนได้รู้ว่า เล็กพริกขี้หนูของจริงต้องตัวนี้! ขณะเดียวกันจะเห็นว่า ปีนี้ผู้บริหารยังมีการขยายลานตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มขึ้น ผนวกกับภาคธุรกิจส่งออกยังไปได้ดี จึงเชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ 3.82 บาท น่าสนใจสุด ๆ พะยะค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน