คนป่วยและคนโกงแห่งเอเซีย

มันน่าดีใจ ที่ตลาดหุ้นเริงร่าจากผลการเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.! เงินทุนต่างชาติก็ไหลเข้า ดัชนีหลักทรัพย์ก็พุ่งพรวดพราด


มันน่าดีใจ ที่ตลาดหุ้นเริงร่าจากผลการเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.! เงินทุนต่างชาติก็ไหลเข้า ดัชนีหลักทรัพย์ก็พุ่งพรวดพราด พร้อมกับมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ถล่มทลายขึ้นมาเป็น 5 หมื่น-1 แสนล้านบาทในแต่ละวัน

แต่ใครก็รู้ว่า การกลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาของตลาดหุ้น เป็นเพียงภาวะชั่วคราว หาใช่จะเป็นสิ่งจีรังยั่งยืนตลอดไปไม่…

หากเศรษฐกิจ ยังไม่มีวี่แววจะฟื้น ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่คุโชนคับแค้นในใจผู้คน ยังไม่มีวี่แววจะลดราวาศอกลงเลย และการพึ่งพาแต่นโยบายประชานิยมก็คงไม่สามารถจะสร้างเศรษฐกิจแบบยั่งยืนได้

แนวทางการบริหารงานของรัฐบาลใหม่ ก็มีส่วนด้วยล่ะ! ทำอย่างไรถึงจะมีนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่พึ่งพาประชานิยมเป็นนโยบายหลักได้เสียที แต่เป็นนโยบายเศรษฐกิจที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน กอปรกับการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ทำอย่างไร ถึงจะมีรัฐบาลที่ปราบโกง ปราบการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเอาจริงเอาจัง :ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจังมาก่อน แม้กระทั่งรัฐบาลจากการยึดอำนาจ ที่ประกาศปราบโกงอย่างขึงขัง แต่การทุจริตกลับเบิกบานเป็นดอกเห็ดยิ่งกว่าเก่า

สร้างมาตรฐานวัดค่า KPI กันไปเลย เช่นเดียวกับองค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International-TI) ที่จัดอันดับการทุจริตและความโปร่งใสประเทศทั่วโลกเป็นประจำทุกปี

ปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยอันดับหล่นไปอีก 1 อันดับ จาก 34 คะแนน เหลือ 33 คะแนน ตามหลังเวียดนาม-อินโดเนเซีย-ลาวไปแล้ว มีเพียง 3 ชาติในอาเซียนที่อันดับความโปร่งใสแย่กว่าไทยคือ ฟิลิปปินส์-เขมร-เมียนมา 33-22-16 คะแนนตามลำดับ

ประเทศไทย กลายเป็นทั้งคนป่วยและคนโกงแห่งเอเซีย! มันเป็นภูเขาใหญ่ 2 ลูกที่กัดกร่อนให้ไทยเป็น “รัฐล้มเหลว” อย่างยิ่ง รัฐบาลอนุทินต้องฝ่าฟันปีนภูเขา 2 ลูกนี้ออกไปให้ได้

ความท้าทายอย่างยิ่งยวดของรัฐบาลอนุทินในการบริหารจัดการ คือเรื่องเขากระโดง ฮั้วสว.กระทั่งการเลือกตั้งส่อทุจริตในเวลานี้

หากแก้ปัญหาคนโกงและคนป่วยแห่งเอเซียได้ รัฐบาลอนุทินย่อมได้รับการยกย่องนับถืออย่างยาวนาน

Back to top button