
เด้งแล้วลง?
สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” ยังรู้สึกกังวลนิด ๆ ยังเป็นเรื่องสงครามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” ยังรู้สึกกังวลนิด ๆ ยังเป็นเรื่องสงครามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ เพราะสิ่งที่ทุกคนรับรู้ ณ เวลานี้คือ ราคาข้าวของมีโอกาสแพงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทำให้ต้นทุนชีวิตสูงขึ้นอัตโนมัติ และเมื่อดูราคาน้ำมันดิบในเดือน ม.ค. อยู่ที่ระดับ 60 เหรียญฯ แต่ราคาวันนี้ขึ้นมายืนที่บริเวณ 83 เหรียญฯ มันจะไม่กระทบโครงสร้างทางเศรษฐกิจจริงเหรอคะ
ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันยาว ๆ เพราะจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อการทำธุรกิจเป็นระลอก ซึ่งบังคับให้การเล่นหุ้นต้องเน้นเข้าทำไวเป็นหลัก เหมือนกับวานนี้ที่ดัชนีเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,417.29 จุด บวกไป 32.68 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.07 แสนล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังจากดัชนีทิ้งตัวแรง พร้อมกับเกิดคำถามตามหลังว่า ดัชนีที่ระดับ 1,400 จุดมีดาวไซด์สูงไหม?
ถ้าเป็นคำตอบก่อนสงคราม อีฉันตอบได้ทันทีว่า ต่ำมาก! แต่ทันทีที่มีสงครามเกิดขึ้น อีฉันชักไม่แน่ใจ เพราะภาพที่เห็นตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างยั่งยืน “โมนิก้า” เลยทำได้แค่ภาวนาให้สถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นทั่วโลกคลี่คลายโดยเร็ว หลังผู้คนทั่วไปไม่กล้าใช้เงินเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไม่สะพัด และจะทำให้เศรษฐกิจไทยติดหล่มอีกรอบไงล่ะคะ
เรื่องนี้ดูได้ไม่ยากจากแรงขายที่สาดใส่หุ้น HMPRO อีกระลอกในช่วงก่อนหน้า จนทำให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนที่วานนี้จะเห็นแรงเด้งตามบรรยากาศตลาดเหมือนกับหุ้นหลายตัว แต่สิ่งที่สะดุดตาก็คือ หุ้นตัวนี้ยังคงแกว่งตัวในกรอบจำกัด จนมาปิดที่ระดับ 6.65 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 0.76% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 621 ล้านบาทเท่านั้นเอง งานนี้ “โมนิก้า” จึงไม่สามารถมองเป็นเรื่องอื่นได้ นอกเสียจากนักลงทุนยังมีความกังวลต่อภาวะกำลังซื้อที่ชะลอตัวเพคะ
ขนาดหุ้น OR เด้งขึ้นในช่วงเช้าไปอยู่ที่บริเวณ 12.10 บาท แต่ไป ๆ มา ๆ กลับถูกขายจนลงมาปิดที่ระดับ 11.40 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 3.39% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.06 ล้านบาท ก็เป็นภาพสะท้อนที่ชี้ให้เห็นว่า ขนาดหุ้นปั๊มน้ำมันที่น่าจะกอบโกยรายได้จากคนแห่เติมน้ำมัน แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่า นักลงทุนกังวลเรื่องต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นจะกระทบกับกำไรแบบนี้..อีฉันเหนื่อยแทนเลยค่ะ
เช่นเดียวกับในรายของ CPF ก็ควรจะเด้งขึ้นเหมือนหุ้นตัวอื่น ๆ แต่ดันมีแรงขายออกมาเป็นระยะ จนหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 19 บาท ลบไป 0.30 บาท หรือลงไป 1.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.10 พันล้านบาท ก็เดาได้ทันทีว่า นี่คงเป็นผลกระทบที่เกิดจากสงคราม หลังบริษัทมีการส่งออกไก่ไปยังประเทศแถบตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก และทันทีที่การขนส่งมีปัญหาเกิดขึ้น นักลงทุนย่อมกังวลเป็นธรรมดาจ้า!
คล้ายกับแรงซื้อที่เข้ามาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ในหุ้น WHA เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ถึงความกังวลที่มีต่อการลงทุนใหม่ ๆ อาจชะลอตัว จึงทำให้หุ้นมาได้แค่ยืนเสมอตัวปิดที่ระดับ 4.04 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 844 ล้านบาท พร้อมกับเกิดคำถามตามหลังมาว่า หุ้นจะกลับไปที่ยอดเดิมบริเวณ 4.50 บาทได้ไหม? อีฉันจึงขอตอบว่า ขึ้นอยู่กับยอดขายที่ดินเป็นไปตามเป้าไหม?..อิอิอิ
ส่วนคนที่ไปได้สวยสุดเที่ยวนี้ต้องมองไปที่หุ้น BANPU หลังทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานถ่านหินมากขึ้นหลังเกิดสงคราม และดูเหมือนเจ้าพ่อรายนี้จะรับเนื้อ ๆ เพียงคนเดียว “โมนิก้า” ถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 6.20 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 8.77% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.59 พันล้านบาท คือจังหวะของการโหนกระแสช่วงสั้น ๆ สำหรับนักลงทุนประเภทขาลุย เนื่องจากราคาหุ้นวานนี้เหวี่ยงแรงนะซี
โมนิก้าและทีมงาน