
รวมหุ้นซ้ำรอยเดิม?
นี่ถือเป็นครั้งที่ 3 ของตลาดหุ้นไทยที่ขึ้นมาบริเวณ 1,600 จุด ต่อจากนั้นโดนขายทำกำไรทันที ซึ่งเป็นภาพที่อีฉันรู้สึกได้ทันทีว่า โอกาสที่หุ้นไทยจะไปต่อคงไม่ง่าย
นี่ถือเป็นครั้งที่ 3 ของตลาดหุ้นไทยที่ขึ้นมาบริเวณ 1,600 จุด ต่อจากนั้นโดนขายทำกำไรทันที ซึ่งเป็นภาพที่อีฉันรู้สึกได้ทันทีว่า โอกาสที่หุ้นไทยจะไปต่อคงไม่ง่ายเหมือนตอนที่ขยับจากระดับ 1,350-1,600 จุด เพราะนักลงทุนให้ความสนใจเฉพาะหุ้นเทคฯ และหุ้นกลุ่มนี้ก็มีผลกับดัชนีค่อนข้างเยอะเสียด้วย ส่งผลให้การขยับตัวในช่วงที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความยากลำบากนะจะบอกให้
ที่สำคัญคือ รูปแบบการขยับตัวของตลาดหุ้นไทยยังขึ้นอยู่กับท่าทีของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก “โมนิก้า” ถึงไม่มั่นใจว่า การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,588.23 จุด ลบไป 3.01 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.40 หมื่นล้านบาท ยังมีโอกาสไปต่อขนาดไหน? แถมนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองเป้าดัชนีไว้ที่ระดับ 1,650 จุด แต่ในช่วง 1 เดือนยังทำไม่สำเร็จสักทีแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่รบกวนใจอีฉันเหลือเกินพะยะค่ะ
ขนาดเห็นกันทนโท่ว่า กำไรของ TOP ไตรมาส 2 น่าจะออกมาดี แต่ราคาหุ้นดันแกว่งตัวไปมาในกรอบ 45-50 บาทเป็นเวลานานถึง 4 เดือน อีฉันเลยหวังในใจว่า การขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 49.50 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 997 ล้านบาท ไม่น่าซ้ำรอยเหตุการณ์ที่ผ่านมา เพราะเมื่อดูจากราคาเป้าหมายที่โบรกเกอร์ให้ไว้ที่ระดับ 55 บาท และเป้าสูงสุดที่ระดับ 73 บาท หุ้นก็ควรไปต่อนะจ๊ะ
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น KTC ขึ้นมาอีกครั้ง หลังหุ้นทะลุแนวต้าน 30 บาทขึ้นมาได้ ต่อจากนั้นก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมีลุ้นวิ่งฝ่าไฮเดิมที่ระดับ 34.50 บาท ก็เป็นช็อตที่คาดหวังได้ว่า การยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 33.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 776 ล้านบาท น่าตามต่ออย่างไม่ต้องสงสัย ผนวกกับแนวโน้มกำไรที่ทำได้แต่ละไตรมาสน่าจะออกมาดี ก็ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ
เช่นเดียวกับการทะยานอย่างร้อนแรงของหุ้น DITTO ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 15.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 10.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 340 ล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นผลมาจากตัวเลขกำไรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโตตลอด และไตรมาส 1 ปี 69 ก็ทำได้ดี รวมทั้งประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระบบจัดการเอกสารดิจิทัล จึงเป็นผลดีกับหุ้นตัวนี้โดยตรง เพราะเขาเป็นผู้นำด้านนี้ไงล่ะคะ
ส่วนม้านอกสายตาที่พุ่งแรงขึ้นมาอย่าง BBGI ถือเป็นช็อตที่ท้าทายนักเล่นพอสมควร เพราะเป็นเวลา 4 เดือนที่หุ้นไม่วิ่งผ่านแนวต้าน 4.50 บาทขึ้นไปได้สักที “โมนิก้า” เลยต้องตั้งคำถามกับนักเล่นว่า การที่หุ้นยืนปิดที่ระดับ 4.24 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 7% น่าเล่นไหม? เพราะมองในมุมของ PE 13 เท่า ควบคู่กับ BV 6.70 บาท ค่อนข้างเอื้อให้หุ้นวิ่งทะลุแนวต้านดังกล่าวแบบชิลๆ เจ้าค่ะ
คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น INSET ซึ่งไต่ระดับขึ้นช้า ๆ เป็นเวลา 6 เดือน จนวันนี้ขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 3.90 บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 4.84% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 103 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้หุ้นนอนซึมอยู่ที่ระดับ 1.60 บาท “โมนิก้า” เลยต้องตั้งคำถามว่า การขึ้นของหุ้นประเภทนี้น่าสนใจขนาดไหน? แถมธุรกิจของรายนี้เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์แบบเต็ม ๆ นักลงทุนคิดว่า หุ้นจะไปต่อไหมจ๊ะ
เรื่องนี้ทำให้อีฉันต้องเอ่ยถึง PLANB เพื่อชี้ให้เห็นการทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อถือหุ้น COM7 กลายเป็นช็อตที่ทำให้ผู้คนมากมายวิเคราะห์ไปต่าง ๆ นานา ซึ่งบางกระแสก็บอกในทำนองเป็นการผสานพลังผนึก เพราะเม็ดเงินโฆษณาที่เกี่ยวกับสินค้าประเภทไอทีมีมหาศาล ขณะที่บางกระแสก็เม้าท์ถึงดีลใหญ่บางอย่างกำลังรออยู่แบบนี้ เดี๊ยนเลยสงสัยว่า การยืนปิดที่ระดับ 4.82 บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 3.88% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 693 ล้านบาท น่าจะเป็นเกมยาวที่ต้องตามดูค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน