อย่าลากมาทุบอีกนะ

เดี๊ยนรับรองว่า สัปดาห์นี้จะมีเสียงเม้าท์มอยเกี่ยวกับ “ลากมาทุบ” หนาหูมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน เพราะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เริ่มเม้าท์กันแล้ว


เดี๊ยนรับรองว่า สัปดาห์นี้จะมีเสียงเม้าท์มอยเกี่ยวกับ “ลากมาทุบ” หนาหูมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน เพราะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เริ่มเม้าท์กันแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากวันพุธดัชนีทรุดฮวบลงไปมาถึง 27 จุด และลงไปทำโลว์ที่ระดับ 1,574.13 จุด แต่พอถึงวันพฤหัสฯ ดัชนีก็พุ่งขึ้นไปมากถึง 32 จุด พร้อมกับขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,608.30 จุด โดยเหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง (รวมครั้งล่าสุด) นะจ๊ะ

เหล่านี้เป็นเรื่องราวที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกกังวลเหลือเกิน เพราะวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีดันออกอาการเหมือนจะพักตัว ก่อนจะมีการเร่งเครื่องในภาคบ่าย จนดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,621.55 จุด บวกไป 13.25 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.71 หมื่นล้านบาท  ซึ่งเป็นภาพที่สอคล้องกับวันก่อนหน้าที่นักลงทุนต่างชาติทุ่มเงินซื้อหุ้นบางวัน 5 พันล้าน และบางวันก็ทุ่มเงินมากถึง 8 พันล้าน ดัชนีถึงยืนเหนือแนวรับ 1,600 จุดได้อย่างยอดเยี่ยมนะจ๊ะ

ถึงกระนั้น “โมนิก้า” ก็ยังเชื่อว่า เที่ยวนี้ไม่น่าจะเหมือนเที่ยวก่อน ๆ เพราะนักลงทุนต่างชาติยังมีมุมมองเป็น และบวกไม่ตื่นตระหนกเหมือนตอนที่ “สหรัฐฯ” กับ “อิหร่าน” เปิดฉากยิงกันใหม่ ๆ ในช่วงเดือน ก.พ. ผนวกกับแรงซื้อเที่ยวนี้ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะหุ้นเทค แต่แรงซื้อกระจายไปยังหุ้นแบงก์ ไฟแนนซ์ สื่อสาร ค้าปลีก และหุ้นตัวอื่น ๆ ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์บางคนมองเป้าดัชนีไปถึง 1,700 จุด และบางคนมองไปถึง 1,800 จุดกันเลยทีเดียวเจ้าค่ะ

ตัวแรกที่เดี๊ยนชื่นชอบทั้งในเวลาเศรษฐกิจ “ชะลอตัว” และ “ฟื้นตัว” คงมองไปที่หุ้นแบงก์สีน้ำเงิน BBL เพราะเป็นแบงก์ที่โตได้เรื่อย ๆ ทุกสถานการณ์ เพียงแต่การเติบโตอาจไม่หวือหวาเหมือนกับแบงก์อื่น ๆ ส่งผลให้การยืนปิดที่ระดับ 196.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.85 พันล้านบาท ท่ามกลาง PE 8 เท่า และมี BV อยู่ที่ระดับ 302 บาท คือจุดที่ทำให้หุ้นตัวนี้น่าลงทุนไงล่ะคะ

ส่วนหุ้นไฟแนนซ์ที่เดี๊ยนมองว่า มีโอกาสขึ้นได้เรื่อย ๆ คงให้ความสำคัญกับ MTC เพราะผู้นำในตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียน แถมในช่วงที่ผ่านมาใช้กลยุทธ์ให้สินเชื่อในวงเงินต่ำ ๆ ส่งผลให้หนี้เสียไม่พุ่งเหมือนบางเจ้า ผนวกกับโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 42 บาท เลยทำให้การยืนปิดที่ระดับ 32.50 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.78% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 435 ล้านบาท น่าสนใจไงล่ะคะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องออกมาย้ำถึงหุ้น TRUE อีกรอบ เนื่องจาก ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้) มีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของธุรกิจมือถือ และบรอดแบนด์ ส่งผลให้เดี๊ยนสนใจหุ้นตัวนี้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่หุ้น “ตกแรง” และเริ่มถีบตัว “ขึ้นใหม่” จึงต้องถามใจนักเล่นว่า การยืนปิดของหุ้นที่ระดับ 13.60 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 2.26% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.62 พันล้านบาท โดยมียอดเก่าอยู่ที่ระดับ 15 บาท น่าสนใจไหม?..อิอิอิ

เหมือนกับในรายของ CPAXT ที่นักวิเคราะห์มองราคาเหมาะสมไว้ที่ระดับ 19 บาท  แต่ราคาหุ้นในช่วง 4 เดือนกว่า ดันแกว่งตัวไปมาแค่ระดับ 14.50-15.50 บาท เดี๊ยนถึงมองการยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 14.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 91 ล้านบาท น่าจะเป็นเซฟโซนสำหรับคนที่เน้นลงทุนระยะกลาง ส่วนคนที่ถนัดเดย์เทรด น่าจะเป็นจังหวะในการเข้าทำนะจะบอกให้

ปิดท้ายที่หุ้น JMART เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดที่ระดับ 12.30 บาท บวกไป 1.70 บาท หรือขึ้นไป 16.04% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 908 ล้านบาท ล้วนเป็นเรื่องที่เกิดจาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดึงเข้า SET 100 แทนที่ JTS ซึ่งมีปัญหาเบี้ยวหนี้หุ้นกู้ ขณะเดียวกัน “พี่ตุ้ม” ก็ออกมาประกาศว่า ปีนี้งบสวย! เพราะบริษัทในกลุ่มกลับมาทำกำไรอย่างพร้อมเพรียง ส่งผลให้ราคาเป้า 15 บาทไม่ไกลเกินเอื้อมจ้า

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button