
ฝรั่งจ่อซื้อ 1 แสนล้าน?
หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ เวลาพูดถึง “นักลงทุนต่างชาติ” ในตลาดหุ้นไทย หลายคนคงนึกถึงภาพคนที่เดินเข้ามาแล้วก็เดินออกไป พร้อมหอบเงินกลับบ้านเป็นกระสอบ
หากย้อนเวลากลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้
เวลาพูดถึง “นักลงทุนต่างชาติ” หรือ ฟันด์โฟลว์ ในตลาดหุ้นไทย หลายคนคงนึกถึงภาพคนที่เดินเข้ามาแล้วก็เดินออกไป พร้อมหอบเงินกลับบ้านเป็นกระสอบ
ขายแล้วก็ขายอีกวนเวียนไปแบบนี้
ขายจนคนในวงการตลาดทุนคิดไปว่า นักลงทุนต่างชาติคงทิ้งหุ้นไทยไปแล้วนั่นแหละ
ทว่าปี 2569 ภาพเริ่มเปลี่ยน
โดยเฉพาะในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องแบบหนักมือมาก
ทำให้เมื่อนับจากต้นปี 69 เป็นต้นมาจนถึงวานนี้ (15 ก.ค.) ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท
ตัวเลขนี้อาจยังไม่ใช่ระดับที่ทำให้ตลาดคึกคักสุดขีด
แต่ก็เป็นสัญญาณที่สำคัญมาก เพราะเม็ดเงินก้อนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
คำถามคือ ทำไมฝรั่งถึงกลับมาล่ะ
คำตอบแรกคือ “เสถียรภาพทางการเมือง”
นักลงทุนต่างชาติไม่ได้ต้องการให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่เขาต้องการความชัดเจน เมื่อความไม่แน่นอนลดลง การตัดสินใจลงทุนก็ง่ายขึ้นครับ
เหตุผลต่อมาคือ Valuation เพราะหุ้นไทยวันนี้ยังถือว่าซื้อขายในระดับที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
พูดง่าย ๆ คือ ของดีที่ราคายังไม่แรง
นักลงทุนระยะยาวย่อมเริ่มสนใจเป็นธรรมดา
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยก็เริ่มค่อย ๆ ฟื้น GDP อาจไม่ได้โตหวือหวา แต่ตลาดหุ้นไม่จำเป็นต้องรอวันที่ทุกอย่างดีที่สุดแล้วถึงจะเข้าซื้อ
ตลาดมักจะวิ่งตั้งแต่วันที่ทุกอย่างถูกมองว่า “กำลังเริ่มดีขึ้น” ครับ
อีกด้านหนึ่ง ปัจจัยต่างประเทศเหมือนเป็นลมส่ง ทั้งความคาดหวังว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจปรับลงอีกครั้ง ค่าเงินบาทที่เอื้อต่อการลงทุน รวมถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตลาดประเมินว่าไม่น่าจะลุกลามเป็นวิกฤตใหญ่
แม้ราคาน้ำมันจะยังผันผวนอยู่บ้าง
แต่ยังไม่ใช่ความเสี่ยงที่ทำให้นักลงทุนต้องหนีจากสินทรัพย์เสี่ยง
จึงไม่น่าแปลกใจที่ปีนี้ SET กลายเป็นตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดอันดับต้น ๆ ของเอเชีย และล่าสุดขยับขึ้นมาเป็นอันดับสองแล้ว
อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งรีบสรุปว่า “ต่างชาติกลับมาเต็มตัว”
เพราะมีการประเมินว่า ทั้งปี 2569 ต่างชาติอาจซื้อสุทธิราว 1 แสนล้านบาท
ฟังดูเยอะนะครับ
แต่หากเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยขายหุ้นไทยสะสมออกไปมากกว่า 1 ล้านล้านบาท
เงินที่กลับเข้ามา ยังเป็นเพียงการคืนบางส่วนเท่านั้น หรือคิดเป็นเพียง 6% เท่านั้นเอง
การเข้ามาของฟันด์โฟลว์อาจไม่ใช่การไล่ซื้อทุกตัว แต่เป็นการ “เลือกซื้อ” และหุ้นที่ต่างชาติมักให้ความสนใจยังคงเป็นหุ้นขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง กำไรเติบโต และเกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคาร พลังงาน โรงไฟฟ้า สื่อสาร ค้าปลีก และนิคมอุตสาหกรรม
หรือถ้าเจาะเป็นรายตัว ชื่ออย่าง KBANK, BBL, SCB, ADVANC, GULF, GPSC, SCC, PTT และ AMATA ก็ยังเป็นกลุ่มที่อยู่ในเป้าหมายของเงินทุนต่างชาติครับ
มีคำถามเพิ่มเติมว่า แล้วตลาดหุ้นไทยยังจะพอมี “รูม” ให้เงินต่างชาติเข้ามาอีกได้หรือไม่ หุ้นที่ขึ้นมาระดับ 1,600 จุด แพงไปหรือยัง
คำตอบคือ “ยัง” เพียงแต่ระยะสั้น อาจะมีแรงขายทำกำไร
สำหรับวันนี้ต่างชาติอาจยังไม่ได้วิ่งเข้ามาแบบทั้งขบวนอะไรนั่น แต่เมื่อกลุ่มนักลงทุนที่เคยขายหนักสุด เริ่มกลับมาเป็นฝ่ายซื้อ อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่นักลงทุนไทยต้องหันกลับมามอง
แต่อีกด้านก็ควรระวังเรื่องการ “ปรับฐาน” ควบคู่ไปด้วย