
5 หุ้นสวย ราคาถูก
แรงซื้อที่ดันดัชนีขึ้นมาเรื่อย ๆ จนทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นมากถึง 30% นับตั้งแต่ต้นปี และทำให้ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงระดับต้น ๆ
แรงซื้อที่ดันดัชนีขึ้นมาเรื่อย ๆ จนทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นมากถึง 30% นับตั้งแต่ต้นปี และทำให้ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงระดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับทั่วโลกนั้น “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ยืนยันให้เห็นอีกครั้งว่า ดัชนีน่าจะยืนเหนือแนวรับ 1,600 จุดได้อย่างมั่นคง ผนวกกับได้แรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายคนเชื่อว่า ในระยะสั้นดัชนีน่าจะยืนเหนือ 1,650 จุดในเร็ว ๆ นี้นะจ๊ะ
ประกอบกับนักวิเคราะห์หลายสำนักให้เป้าของดัชนีที่บริเวณ 1,700 จุด “โมนิก้า” เลยเชื่อว่า จังหวะนี้เหมาะต่อการลงทุนในหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นไม่มาก และเหตุผลที่ทำให้อีฉันหันมาดูหุ้นเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เพราะแก๊ปที่ดัชนีจะไปต่อเหลือไม่มาก แถมหุ้นใหญ่ยังรอลุ้นกำไรไตรมาส 2 จะออกมาดีเหมือนที่คาดการณ์ไหม? จึงอาจเป็นเหตุให้นักลงทุนเทขายหุ้นทำกำไรออกมาก่อนนะซี
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องถามนักลงทุนว่า การที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,635.29 จุด บวกไป 5.08 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.74 หมื่นล้านบาท ทำให้การขึ้นของหุ้นใหญ่ไปต่อลำบากจริงไหม? และหากเชื่อว่า เริ่มไปต่อลำบากจริง ๆ ก็สันนิษฐานได้ว่า เม็ดเงินลงทุนจะทยอยไหลเข้าหากลุ่มที่ยัง Laggard แถมเมื่อย้อนกลับไปดูตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. ยังมีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่า SET หลายตัวนะคะ
ตัวแรกที่มีการพูดถึงมากเหลือเกินในช่วงนี้ เพราะได้อานิสงส์จากไทยเที่ยวไทยพลัส คงต้องมองไปที่หุ้น ERW ก่อนใครเพื่อน ผนวกกับราคาหุ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมายังแกว่งตัวไปมาที่ระดับ 3-3.20 บาท ผนวกกับหลายคนเชื่อว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่เป็นโลว์ซีซั่นจะพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวดังกล่าวจะช่วยปั๊มกำไรให้ดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเจ้าค่ะ
ส่วนหุ้นที่ได้รับผลดีจากไตรมาส 3 ที่เป็นหน้าฝน “โมนิก้า” ขอหันไปดูหุ้น PR9 มากกว่าหุ้นโรงบาลตัวอื่น ๆ เพราะดูจากราคาหุ้นในกระดานที่ต้วมเตี้ยมไปมาที่ระดับ 17-18 บาท โดยนักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ระดับ 24.60 บาท ย่อมทำให้การยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 18 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 86 ล้านบาท เหมาะต่อการลงทุนอย่างไม่ต้องสงสัยจ้า
เมื่อเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจเริ่มหมุนอีกครั้ง นักวิเคราะห์หลายสำนักเลยเห็นตรงกันว่า CPALL น่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าวเต็ม ๆ แต่น่าแปลกใจที่ราคาหุ้นในกระดานไม่ตอบรับเรื่องดังกล่าวเท่าที่ควร แต่ราคาหุ้นยังรักษาฐานแนวรับที่ระดับ 46 บาทได้อย่างเหนียวแน่น อีฉันเลยเชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ 46.75 บาท เป็นระดับที่มีความเสี่ยงต่ำในการลงทุน เพราะเหตุการณ์ที่หุ้นหลุดแนวรับดังกล่าวแล้วกลับขึ้นมายืนใหม่ มันเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งนะจะบอกให้
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น MAGURO ขึ้นมาอีกรอบ เพราะเป็นหุ้นที่สามารถรักษาตัวเลขกำไรได้ค่อนข้างดี ผนวกกับมีการเปิดไลน์อาหารใหม่ ๆ เพื่อหนีสมรภูมิสงครามราคา ย่อมเป็นเกมที่น่าติดตามอย่างไม่ต้องสงสัย รวมทั้งราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมายังตั้งไข่อยู่ที่บริเวณ 18-19 บาท โดยนักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าต่ำสุดที่ 21 บาท และให้ราคาเป้าเฉลี่ยที่ 24 บาท รวมทั้งให้ราคาสูงสุดที่ 28 บาท ขณะที่วันนี้หุ้นยืนอยู่ที่ 19.10 บาทแบบนี้ น่าสนใจไหมล่ะคะ
ส่วนอีกรายที่อยากให้จับตาเป็นพิเศษ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นน้องใหม่อย่าง UNIX เพื่อชี้ให้เห็นว่าขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1.77 บาท บวกไป 0.02 บาท หรือขึ้นไป 1.14% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22 ล้านบาท ค่อนข้างต่ำเกินไป (ไอพีโอที่ 1.89 บาท) เพราะเมื่อดูจากโมเมนตัมในการทำกำไรเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1 และไตรมาส 2 น่าจะโตได้อีก แถมหุ้นยังเทรดบน PE 7 เท่าอีกด้วย..อีฉันเลยมองว่า เป้าหมายที่โบรกเกอร์ให้ไว้ที่ 3.20 บาท ทำให้หุ้นตัวนี้น่าเล่นก็เท่านั้นเอง!
โมนิก้าและทีมงาน