BJC กำไรแจ๋ว

BJC มีโอกาสดีจากการฟื้นตัวของการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมต่อเนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่คาดว่าจะดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง รวมถึงรายได้เกษตรกรที่เป็นบวกขณะที่แผนการขยายธุรกิจในกลุ่ม CLMV ยังคงสร้างโอกาสการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศหนุนการเติบโตในอนาคต

คุณค่าบริษัท

ปี 2562 ทาง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ยังมีความสดใสต่อเนื่อง เนื่องจากมีการขยายสาขาได้ต่อเนื่อง คือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 7 สาขา กัมพูชา 1 สาขา และขยายมินิบิ๊กซี 300 สาขา รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีซึ่งจะลดอัตราภาษีจ่ายจาก 27% เหลือ 18%

ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ลูกค้าเริ่มกลับเข้ามาซื้อตามปกติ หลังจากชะลอคำสั่งซื้อตามปกติ ชะลอคำสั่งซื้อจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ในไตรมาส 4/2561

อีกทั้ง BIGC จะได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยคาดการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะโตได้ประมาณ 3% ในปี 2562

ขณะเดียวกัน คาดการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 1/2562 เป็นบวกต่อ โดยการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ของไตรมาส 4/2561 ที่ทำได้ราว 1-2% ด้วยแรงหนุนจากช่วงฤดูกาล มาตรการช้อปช่วยชาติจากภาครัฐ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากมาตรการฟรี (VOA) รวมถึง BIGC ได้เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการอนุมัติการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของไตรมาส 1/2562 เป็นบวกต่อ โดยมีสัญญาณที่ดีจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของเดือน ม.ค. ที่เป็นบวกราว 1%

นอกจากนี้ คาด BJC มีโอกาสดีจากการฟื้นตัวของการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมต่อเนื่องจากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่คาดว่าจะดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง รวมถึงรายได้เกษตรกรที่เป็นบวกขณะที่แผนการขยายธุรกิจในกลุ่ม CLMV ยังคงสร้างโอกาสการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศหนุนการเติบโตในอนาคต

ส่วนผลการดำเนินงานงบปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 172,196.38 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 164,197.77 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มเข้ามา จึงส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6,649.97 ล้านบาท หรือ 1.66 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 5,210.76 ล้านบาท หรือ 1.31 บาทต่อหุ้น

อีกทั้งบริษัทมีการประกาศจ่ายปันผลออกมาเช่นกัน โดยมีอัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.55 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 30 เม.ย. 2562 ส่วนวันที่จ่ายปันผล 21 พ.ค. 2562

ทั้งนี้ทำให้ทางนักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 62.00 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด 2,731,230,550 หุ้น 68.26%
  2. UBS AG SINGAPORE BRANCH 222,000,000 หุ้น 5.55%
  3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 128,011,512 หุ้น 3.20%
  4. DBS BANK LTD 119,155,300 หุ้น 2.98%
  5. กองทุนเปิด บัวหลวงหุ้นระยะยาว 82,597,150 หุ้น 2.06%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริษัท, ประธานกรรมการบริหาร
  2. คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการบริษัท
  3. นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
  4. นายธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ กรรมการ
  5. นายชัยยุทธ ปิลันธน์โอวาท กรรมการ