สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 12 ก.ย. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 12 ก.ย. 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) ขานรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมทั้งสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ส่งสัญญาณคืบหน้า โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นนำตลาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,182.45 จุด เพิ่มขึ้น 45.41 จุด หรือ +0.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,009.57 จุด เพิ่มขึ้น 8.64 จุด หรือ +0.29% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,194.47 จุด เพิ่มขึ้น 24.79 จุด หรือ +0.30%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน และตลาดขานรับรายงานข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเตรียมที่จะทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.20% ปิดที่ 390.48 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,642.86 จุด เพิ่มขึ้น 24.80 จุด หรือ +0.44%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,410.25 จุด เพิ่มขึ้น 51.18 จุด หรือ +0.41% และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,344.67 จุด เพิ่มขึ้น 6.64 จุด หรือ +0.09%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน และมีรายงานว่า สหรัฐอาจพิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,344.67 จุด เพิ่มขึ้น 6.64 จุด, +0.09%

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับสัญญาทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.2 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 1,507.4 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ขยับขึ้น 0.7 เซนต์ หรือ 0.04% ปิดที่ 18.177 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 12.4 ดอลลาร์ หรือ 1.32% ปิดที่ 952.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 48 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 1,604.80 ดอลลาร์/ออนซ์

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก ซึ่งรวมถึงรัสเซีย ไม่ได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมเมื่อวานนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 66 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 55.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 43 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 60.38 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) หลังจากนักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมได้ประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยและรื้อฟื้นโครงการซื้อพันธบัตร ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1073 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1007 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งขึ้นสู่ระดับ 1.2345 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2324 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.6866 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6861 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9905 ฟรังก์ จากระดับ 0.9929 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.15 เยน จากระดับ 107.77 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3211 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3193 ดอลลาร์แคนาดา