“ศูนย์วิจัยกสิกรฯ” คาดตรุษจีน นทท.หด 3% เซ่นไวรัสโคโรนาระบาด!

“ศูนย์วิจัยกสิกรฯ” ประเมินนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยช่วงเทศกาลตรุษจีน หด 3% หลังจีนออกมาตรการปิดเมืองสกัดไวรัสโคโรนาระบาด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019 Novel Coronavirus) ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ จากรายงานของทางการจีน เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563 พบว่า จนถึงวันที่ 23 มกราคม 2563 มีผู้ติดเชื้อในประเทศจีน 830 ราย (มีแนวโน้มขยับเพิ่มขึ้น) ซึ่งมีการพบในพื้นที่อื่นๆ ของจีนเช่นกัน อาทิ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เจ้อเจียง ฮาร์บิน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 25 ราย และยังมีผู้ที่มีความเสี่ยงซึ่งอยู่ระหว่างการติดตาม 9,507 ราย

นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในอีกหลายประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐฯ เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ทำให้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยมีมาตรการการคัดกรองที่เข้มข้นขึ้น สำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากเมืองดังกล่าว

โดยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ทางการจีนได้ปิดระบบการคมนาคมเข้า-ออกในเมืองอู่ฮั่นและในอีกหลายเมือง เช่น หวงกัง เจ้อเจียง เป็นการชั่วคราวโดยยังไม่มีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวไปยังพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือเทศกาลตรุษจีนจะเป็นช่วงที่ชาวจีนนิยมเดินทางในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผลจากการปิดท่าอากาศยานในเมืองอู่ฮั่นซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีนเพียง 1 วันจะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่เป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 2.3-3.0% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.55 – 3.58 แสนคน จากเดิมที่คาดไว้ที่ประมาณ 3.66 แสนคน

พร้อมกันนี้ยังได้ประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน ต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย เป็น 2 กรณี

กรณีที่ 1 การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ภายใต้สถานการณ์ที่ทางการจีนสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากการที่ทางการจีนได้ให้ความสำคัญโดยมีการออกมาตรการขั้นสูงเพื่อควบคุมและหยุดการแพร่ระบาดของโรค กอปรกับไม่มีการแพร่ระบาดในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กรณีที่ 1 นี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น ในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ในเบื้องต้นอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น และไม่น่าส่งผลกระทบถึงภาพรวมของตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยและการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่เป็นตลาดเป้าหมายของไทย

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงกรอบเป้าหมายเดิม โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะมีประมาณ 11.10-11.30 ล้านคน ซึ่งกรอบล่างของประมาณการน่าจะสามารถรองรับได้

กรณีที่ 2 การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ขยายระยะเวลาเป็นประมาณ 1-3 เดือน ภายใต้สถานการณ์ที่ทางการจีนอาจต้องใช้ระยะเวลาในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในประเทศจีนที่นานขึ้น ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย แม้กรณีนี้จะยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ แต่เนื่องด้วยเมื่อระยะเวลาของการแพร่ระบาดของโรคยาวนานขึ้นก็จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศจีนและสะท้อนกลับมายังกำลังซื้อของประชาชนชาวจีนในประเทศ รวมถึงอาจจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศและความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน

นอกจากนี้ประชาชนชาวจีนบางส่วนอาจมีการปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยหรือไม่มีข่าวการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

โดยภายใต้กรณีดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 อาจลดลงเหลือประมาณ 10.94-10.77 ล้านคน หรือหดตัวประมาณ 0.5-2.0%

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโคโรนาในจีน น่าจะยังส่งผลจำกัดต่อการท่องเที่ยวไทย เนื่องด้วยสถานการณ์ครั้งนี้ทางการจีนมีระบบการจัดการที่รวดเร็วและเข้มข้น ประกอบกับวิวัฒนาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น และการสื่อสารที่ทั่วถึงทำให้นักท่องเที่ยวมีการหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งช่วยลดการแพร่ระบาดของโรค ทำให้ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอาจจะยังไม่ยกระดับเท่ากับกรณีการแพร่ระบาดของโรค SARS

อย่างไรก็ดี การประเมินสถานการณ์ทั้ง 2 กรณีนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการท่องเที่ยวในแต่ละกรณี ซึ่งผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องจะได้สามารถวางแผนการทำธุรกิจและปรับตัวรองรับกับกรณีต่างๆที่จะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบตามพัฒนาการของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาต่อไป