พาราสาวะถี

ไร้ปัญหาถ้าส.ส.รัฐบาลมีวินัย ว่าแล้วการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรก็ไร้ปัญหา ในเมื่อส.ส.ฝ่ายค้านแสดงสปิริตมาร่วมลงชื่อให้องค์ประชุมครบ จากนั้นก็วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ปล่อยให้ส.ส.รัฐบาลได้ดำเนินการลงมติกันรายมาตราในวาระ 2 อย่างสบายใจ ก็ลุ้นกันใจหายใจคว่ำกับเสียงที่มี 250 เสียง ผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่ง 249 เสียงกันแบบเฉียดฉิว นี่แหละ ผลของรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจและการได้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำพร้อมส.ส.เอื้ออาทร

อรชุน

ไร้ปัญหาถ้าส.ส.รัฐบาลมีวินัย ว่าแล้วการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรก็ไร้ปัญหา ในเมื่อส.ส.ฝ่ายค้านแสดงสปิริตมาร่วมลงชื่อให้องค์ประชุมครบ จากนั้นก็วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ปล่อยให้ส.ส.รัฐบาลได้ดำเนินการลงมติกันรายมาตราในวาระ 2 อย่างสบายใจ ก็ลุ้นกันใจหายใจคว่ำกับเสียงที่มี 250 เสียง ผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่ง 249 เสียงกันแบบเฉียดฉิว นี่แหละ ผลของรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจและการได้รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำพร้อมส.ส.เอื้ออาทร

ใช่ว่าจะเรียบร้อยเสียทีเดียว เมื่อมีรายงานว่าการลงมติดังกล่าวที่ทำท่าว่าจะราบรื่นกลับมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เพราะพบว่าการลงมติในมาตรา 6 เกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ จนส่งผลให้ต้องหาทางออกกันเพื่อไม่ให้มีการไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญภายใน ในที่สุดก็ได้บทสรุปให้เริ่มต้นโหวตกันตั้งแต่มาตรา 1 อีกรอบซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าฝ่ายรัฐบาลทำไปโดยพลการ เพราะเป็นข้อเสนอมาจากส.ส.ฝ่ายค้านและก็ได้รับความเห็นชอบจาก สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ด้วย เรียกว่าจบกันด้วยดี

การประชุมรอบนี้เป็นเรื่องของร่างกฎหมายงบประมาณซึ่งจำเป็นสำหรับรัฐบาล จึงทำให้ส.ส.ต้องตบเท้าเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง จะขาดเสียงหนึ่งเสียงใดไม่ได้ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้น่าเป็นห่วงในช่วงของศึกซักฟอก คนที่ทำหน้าที่วิปต้องตามประกบส.ส.กันแบบรายตัวเลยทีเดียว แต่คงไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะนาทีนั้น คงมีการเรียกใช้บริการลิงกินกล้วยและงูเห่าชั่วคราว คนเหล่านี้พร้อมอยู่ตลอดเวลา จ๊อบยกมือแลกผลประโยชน์ถือเป็นงานหลักของบรรดาเสือหิวทั้งหลาย

หลังงบประมาณปี 63 ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาไปแล้ว จากนี้ไปหวังว่าจะไม่ได้ยินข้ออ้างจากผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและบรรดาผู้มีหน้าที่ต้องบริหารบ้านเมืองอีกต่อไป จะทำโน่นทำนี่ก็อ้างว่างบยังไม่มา โดยเฉพาะเรื่องแจกหน้ากากให้ประชาชนไว้สู้ทั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่วันนี้องค์การอนามัยโลกตั้งชื่อให้แล้วว่าไวรัสโควิด-19 และการเผชิญกับปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ไม่รู้ว่าชอบซาดิสต์หรือยังไงไม่ทราบ ต้องรอให้มีคนก่นด่ากันก่อนถึงจะยอมแจกหรือกลัวว่าจะเป็นประชานิยม

ปมเรื่องหลังนี่ก็เหมือนกัน อย่าทำเป็นกระแดะ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดอ้างประชารัฐหรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็คือประชานิยมจำแลงดี ๆ นี่เอง เพียงแต่ว่าถ้าจะพูดตรง ๆ ก็กลัวไปซ้ำกับที่รัฐบาล ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยทำไว้ หลายอย่างก็เป็นการต่อยอดเติมเงินลงไปในสิ่งที่ทักษิณและพรรคพวกคิดไว้ทั้งสิ้น ยังจะมาตอแหลว่าไม่เหมือนกันได้ยังไง หากเลิกดัดจริตจะด้วยเหตุใดก็ตาม เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนคงจะรวดเร็วกว่านี้

อย่าเที่ยวอ้างความเป็นคนดี ต้องรอบคอบ เพราะบางเรื่องมันไม่ต้องถึงขนาดนั้น เมื่อมีกฎ ระเบียบและวางกติกาที่มั่นใจกันอยู่แล้วว่าดีกว่า เลิศกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ต้องไว้ใจกระบวนการบริหารจัดการของฝ่ายที่จะรับไปปฏิบัติ หากมีการแสวงหาผลประโยชน์โดยบุคคลที่ไม่ใช่ระดับหัวขบวน ยิ่งเป็นการดีเสียอีกที่ฝ่ายกุมอำนาจจะได้โชว์ความโปร่งใส เว้นเสียแต่คิดเยอะเหมือนที่กลัวประชาชนจะรับแจกหน้ากากแล้วเอาไปขายต่อ พวกคิดได้ขนาดนี้ถือว่าจิตใจคับแคบมาก

พิรี้พิไรกันมามากพอแล้วสำหรับปมปัญหาที่ดินของ ปารีณา ไกรคุปต์ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องกระเตงดาวยั่วของพรรคสืบทอดอำนาจกันไปขนาดไหน ในจังหวะที่ ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย หลังอ้างรอความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา ล่าสุด ก็เคาะกันเรียบร้อย อย่างที่ วิษณุ เครืองาม ว่าถ้าไม่เข้าองค์ประกอบครบ 4 ประการที่จะเป็นพื้นที่ปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรมหรือส.ป.ก.ก็ยังต้องถือเป็นพื้นที่ป่าอยู่ ซึ่งกรมป่าไม้สามารถไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที

งานนี้อยู่ที่ว่าจะใช้การตีความกันออกมาแบบไหน เมื่อมีแนวทางที่ชัดเจนขนาดนี้ก็น่าจะทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทำงานกันง่ายขึ้น คงไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการลูบหน้าปะจมูก หน่วยปฏิบัติอย่างส.ป.ก.ก็มีอำนาจตามกฎหมายแค่จิ๊บ ๆ จ้อย ๆ ปล่อยให้กรมป่าไม้ไปดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เอาให้ถึงใจพระเดชพระคุณท่าน เมื่อเลือกที่จะดำเนินการไม่โปร่งใสมาตั้งแต่ต้น ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอุ้มสมกันเพื่อให้เสียรังวัดรัฐบาลอีกต่อไป

ไม่ได้มีแค่ที่ดินที่จอมบึงซึ่งเป็นฟาร์มไก่เท่านั้น ที่ที่สวนผึ้งซึ่งเป็นของ ทวี ไกรคุปต์ ผู้เป็นพ่อก็ชัดเจนว่าไปรุกล้ำที่ของประชาชน ไม่รู้ว่าใช้อิทธิพลหรือสิทธิพิเศษอะไรหรือไม่ ในเมื่อผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ ประกาศมาตลอดไม่ยอมให้ใครมีอภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย ยิ่งเป็นช่องทางให้ฝ่ายปฏิบัติดำเนินการได้เต็มที่ เว้นเสียแต่ว่ากลัวจะเสียภาพลักษณ์ของพรรคสืบทอดอำนาจนั่นก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งจะเป็นเนื้อร้ายกัดกร่อนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเสียมากกว่า

สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 หากมองในต่างประเทศก็น่าจะลดความหวาดวิตกลงไปได้บ้าง ยังคงวิกฤติอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งจากมาตรการที่รัฐบาลภายใต้การนำของ สี จิ้นผิง ดำเนินการมาก็เชื่อว่าน่าจะเอาอยู่ ขณะที่ประเทศไทยมีปมแทรกเข้ามาว่าด้วยเรื่องเรือสำราญเวสเตอร์ดัมซึ่งมีคนอยู่บนเรือกว่า 2,200 คนขอเทียบท่าที่แหลมฉบัง แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายที่สนับสนุนท่าทีของรัฐบาลดูท่าว่าจะมีเสียงมากกว่า

แน่นอนว่า ในภาวะเช่นนี้ต้องเลือกระหว่างช่วยเหลือเพื่อปมด้านสิทธิมนุษยชนกับผลกระทบที่จะตามมาจากการเฝ้าระวังการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ต้องยอมรับกันตามนั้น สุดท้าย เรือลำดังว่าก็ได้ขึ้นฝั่งที่สีหนุวิลล์ของประเทศกัมพูชา ชัดเจนว่า งานนี้ สมเด็จฮุน เซน ผู้นำเขมรต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าประเทศของตนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่งยวด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าประเทศที่พากันคว่ำบาตรกันก่อนหน้าจะมองเช่นนั้นด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ปมของเรือเวสเตอร์ดัมยังไม่ได้จบแค่การเทียบท่าที่เขมร เพราะยังจะต้องติดตามต่อไปว่าผู้โดยสารบนเรือจะมีการมาต่อเครื่องบินที่ประเทศไทยกลับประเทศหรือไม่ และคนไทยที่เป็นลูกเรือบนเรือลำดังกล่าวอีก 21 คน จะเดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อใด เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องเตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่การมองว่าคนเหล่านั้นเป็นผู้ป่วยหรือต้องแสดงความรังเกียจแต่อย่างใด เช่นเดียวกับคนไทยทั้ง 21 รายที่จะต้องดูแลกันตามมาตรการที่มีอยู่